loading...

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560

อ้าวเห้ย!!'มิ้นท์'รับคบลูกชาย 'พายัพ ชินวัตร'จริง (คลิป)



“มิ้นท์”ณัฐวรา วงศ์วาสนา เปิดใจครั้งแรกคบลูกชาย พายัพ ชินวัตร ดูใจกันมา2ปีกว่าแล้ว.


loading...
ก่อนหน้านี้ มีหนังสืิอพิมพ์บันเทิงฉบับหนึ่งลงภาพของสาว“มิ้นท์” ณัฐวรากับ "ต๋อง" พอพงษ์ ชินวัตรลูกชายพายัพ ซึ่งสวีทกันมาก ล่าสุดพบสาวมิ้นท์ ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เดอมาแอคชั่น พลัส บาย วัตสัน แอดวานซ์ ซัน จึงต้องถามไถ่ได้ความดังนี้..
“เรารู้จักกันมานานแล้ว เราเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกัน (มีภาพคู่หลุดออกมา) คือไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่แล้ว ถือว่าสนิท คือว่าคุยอยู่คนเดียว คือไม่อยากพูดอะไรมาก บางวันก็ทะเลาะกันนึกออกไหม อยากให้ชัดเจนกว่านี้ (คนนี้คือคนที่เราลงไอจีที่ส่งลูกโป่งมาทำเซอร์ไพรส์ใช่ไหม) ใช่นะ (ยิ้ม) คุยอยู่คนเดียว
อย่างที่บอกว่า ที่ยังไม่ได้บอกใคร เพราะว่าบางวันยังทะเลาะกันอยู่ คือมันยังไม่นิ่ง ถามว่าคุยกันนานไหม คุยกันมาสักพักหนึ่งแล้วนะ ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ ก็จะเปิดแล้วละ คุยกันมา2ปีกว่า (ดูปิดมิดมาก) แต่มิ้นท์เป็นคนได้ดอกไม้อะไร ก็โพสต์อวดนะ วันวาเลนไทน์ ฉันก็ไม่ได้ว่างนะ แต่ว่าไม่ได้โพสต์
รูปคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน  ไม่ได้ปิดบังอะไร”มิ้นท์แจกแจง

    ถามว่าถึงแม้จะไม่ได้ปิด แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเป็นลูกชายพายัพ ชินวัตร “ก็ใช่นะ เพราะว่าเขา
ไม่ใช่ดาราอะไรแบบนี้ ที่ว่ายังมีเรื่องทะเลาะกัน มันมีเรื่องจุกจิกต่างๆนานา (หรือเพราะเรามีนิสัยแบบผู้หญิง) เขามากกว่านะ มิ้นท์สายแมนมากๆ
เรื่องเวลา ถ้าว่างก็เจอกันเลยนะ ถามว่าเจอที่บ้านเขาแล้วหรือยัง ก็เจอบ้างนะ (อย่างถ่ายเซ็กซี่ล่ะ) ไม่เกี่ยวนะ ถามว่าไฟเขียวไหมไม่เคยถามนะ แต่เขาก็คงแบบว่า ถ่ายได้แต่อย่ามาก เรื่องเกรงใจไม่หรอก ถ้าอยากถ่าย ถ่ายเอง แต่เราก็จะดูว่าไม่เซ็กซี่มากขนาดนั้น (รูปเซ็กซี่ในไอจีต้องให้เขาสแกนไหม) เขาไม่ได้เล่นไอจี แต่นานๆแอบเข้ามา (ถูกมองเป็นนกน้อยในกรงทอง) ไม่นะ มิิ้นท์บอกช่องรับละครสู้ตายเลยนะ รับหมดเลย” มิ้นท์บอก

ล่าสุดยังถูกลือว่าการที่พอพงษ์ ส่งลูกโป่งมา เหมือนเป็นการขอแต่งงานด้วย

    คือ (นึก)ลูกโป่งไม่ใช่เทศกาลสำคัญนะ มันเป็นช่วงที่เขาไปเรียนที่จีน แล้วเขาส่งมา เหมือนจะบอก ว่าฉันยังเหมือนเดิมนะ ไม่ได้พิเศษ (ใครหวานกว่ากัน) เขาโรแมนติกนะ แต่เราแมนๆมากกว่า (เขาเคยบอกไหมว่าให้พูดว่าคบกับเขากับสื่อบ้าง)มิ้นท์ไม่ค่อยได้เจอสื่อ เขาเองไม่ใช่ดารา อยากให้มันนิ่งกว่านี้อีกนิดหนึ่ง ไม่อยากแบบว่าพอเปิดแล้วเลิกกันแบบนี้นะ”มิ้นท์กล่าวปิดท้าย...
loading...


www.komchadluek.net

วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560

'อิหร่าน'คว่ำบาตร 15 บริษัทสหรัฐ


รัฐบาลอิหร่านคว่ำบาตรบริษัทสหรัฐ 15 แห่ง กล่าวหาให้การสนับสนุนการละเมิดด้านมนุษยธรรมของอิสราเอลต่อปาเลสไตน์
             

loading...
               กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลได้คว่ำบาตรบริษัทสหรัฐ 15 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทเรย์เธียน ผู้ผลิตอาวุธสงครามรายใหญ่ พร้อมให้เหตุผลว่า เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ละเมิดสิทธิมนุษยธรรม ด้วยการสนับสนุนอิสราเอล กระทำการกดขี่ข่มเหงปาเลสไตน์ และอยู่เบื้องหลังกิจกรรมก่อการร้ายของรัฐบาลอิสราเอล ในการขยายอาณานิคมที่อยู่อาศัยบนดินแดนของปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นการละเมิดมติหมายเลข 2334 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)

               ขอบเขตของมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลอิหร่าน ต่อบริษัทสัญชาติอเมริกันทั้ง 15 แห่ง ครอบคลุม อายัดทรัพย์สิน ระงับออกวีซ่าให้แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทกลุ่มนี้ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า บริษัทแต่ละแห่งมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่านในทางใดบ้าง

               นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ยังวิจารณ์กรณีที่สหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หลังอิหร่าน ทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางเมื่อปลายเดือน ม.ค. ว่าละเมิดบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และเข้าข่ายละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ลงนามร่วมกันเมื่อปี 2558
www.komchadluek.net

วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560

“แคร์รี แลม”นั่งหัวหน้าผู้บริหารฮ่องกง


ผลการเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง“นางแคร์รี แลม”ชนะเลือกตั้ง สร้างประวัติศาสตร์ผู้บริหารหญิงคนแรกของฮ่องกง

                 (26มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ว่า ผลการเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่ ที่เป็นการหยั่งเสียงโดยคณะผู้เลือกตั้ง 1,194 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีแนวคิดการเมืองสนับสนุนแผ่นดินใหญ่ และเป็นไปตามความคาดหมาย แม้เป็นการลงคะแนนลับก็ตาม โดยนางแคร์รี แลม อดีตเลขาธิการคณะผู้บริหารฮ่องกง ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากที่สุด 777 เสียง เอาชนะคู่แข่งคนสำคัญ คือนายจอห์น เจิ้ง อดีตรัฐมนตรีการคลัง ซึ่งได้ 365 คะแนน ส่วนนายอู๋ กว็อก-ฮิง อดีตรองประธานศาลอุทธรณ์ ได้ 21 คะแนน


loading...
นางแลม วัย 59 ปี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกรุงปักกิ่ง จะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงคนที่ 4 ต่อจากนายเหลียง ชุน-อิง ซึ่งเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของเธอ และอยู่ในตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2555 แต่ปฏิเสธลงชิงชัยเป็นสมัยที่ 2 ด้วยเหตุผลส่วนตัว นอกจากนี้นางแลมยังเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของฮ่องกง ซึ่งได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองด้วย


loading...
สำหรับบรรยากาศการลงคะแนนเกิดขึ้นท่ามกลางการประท้วง ของกลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยซึ่งรวมตัวกันอยู่ด้านนอกอาคารศูนย์การประชุม โดยบรรยากาศในช่วงหนึ่งบานปลายกลายเป็นการกระทบกระทั่งกับตำรวจ


 แม้ผลการเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงครั้งนี้ยังเป็นไปตามความคาหมาย แต่สถานการณ์ครั้งนี้ถือว่าน่าจับตามากที่สุด นับตั้งแต่สหราชอาณาจักรส่งมอบฮ่องกงกลับคืนสู่จีน เมื่อปี 2540 ภายใต้ข้อตกลง 1 ประเทศ 2 ระบบ เป็นเวลา 50 ปี เนื่องจากสถานการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางการแบ่งแยกทางการเมืองอย่างหนักในสังคมฮ่องกง และนางแลมไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนจำนวนมาก จากการที่ท่าทีของเธอบ่งชี้ชัดว่าเป็น ผู้แทนรัฐบาลปักกิ่ง เปิดทางให้มีการขยายอิทธิพลทางธุรกิจจากแผ่นดินใหญ่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคมของฮ่องกง
www.komchadluek.net

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

งดงานรื่นเริงสงกรานต์ ถ.ข้าวสาร


กทม.สั่งจัดงดงานรื่นเริงสงกรานต์ ถ.ข้าวสาร ปีนี้ เหตุอยู่ในช่วงถวายความอาลัย กำชับเน้นสาดน้ำตามประเพณี ทำบุญ-ตักบาตรยึดวิถีไทย ย้ำปลอดปืน-แป้ง-โป๊เด็ดขาด


loading...

          25 มี.ค. 60 - นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารได้ทำหนังสือมาถึงสำนักงานเขตพระนคร เรื่องแนวทางการจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่ในพื้นที่ ที่สำนักงานเขตพระนครได้ชี้แจงไปว่า การจัดงานสงกรานต์ที่บริเวณถนนข้าวสารในปีนี้ สำนักงานเขตพระนครขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้จัดตามประเพณีไทยและเล่นน้ำตามความเหมาะสม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการถวายความอาลัย โดยจะขอให้มีการงดเวทีการประกวด งดการละเล่น งดการแสดงดนตรีทุกชนิด โดยขอให้เป็นการเล่นน้ำธรรมดาเท่านั้น รวมถึงมีการจัดทำบุญตักบาตรสรงน้ำพระ เป็นแนวทางตามประเพณีไทย ซึ่งทางผู้ประกอบการถนนข้าวสารก็เข้าใจและให้ความร่วมมือ โดยทางกทม.จะมีการจัดกิจกรรมเน้นวิถีไทยทำบุญตักบาตรที่สวนสันติไชยปราการ ส่วนพิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานบนมณฑปบริเวณท้องสนามหลวงเหมือนที่ผ่านมาทุกปีนั้น ในปีนี้จะมีการอัญเชิญประดิษฐานบนมณฑปบริเวณลานคนเมืองศาลาว่าการกทม.แทน

          "ในปีนี้จะเน้นการทำบุญตักบาตรตามวิถีไทย สำนักงานเขตพระนครได้กำชับให้ผู้ประกอบการได้รับทราบให้มีการละเล่นน้ำแบบอนุรักษ์ ตามแนวทางประเพณี ไม่ให้มีการเต้น เปิดเพลงเอิกเกริก ไม่มีการจัดเวทีแสดง แต่จะให้เล่นสาดน้ำได้ตามปกติ แต่จะต้องปลอดแป้ง ปลอดปืนและปลอดโป๊ และปลอดแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งผู้ประกอบการก็ยินดีและให้ความร่วมมือ" นายศุภกฤต กล่าว.
www.komchadluek.net

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

‘จารุพงศ์’ผู้บงการ! เพื่อนโกตี๋แฉใช้เงินบริจาคซื้อ‘คลังแสง’เพื่อป่วน


ตร.รับมอบตัว 9 เครือข่ายอดีตแกนนำแดงปทุมฯ แจ้งข้อหาร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธ อาวุธสงครามและวัตถุระเบิดเพื่อเตรียมการก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อย "ศรีวราห์" ชี้หลักฐานชัด "ซี้โกตี๋" รับซุกคลังแสงใช้เตรียมต่อต้านรัฐบาล สารภาพเคยไปลาวพบเพื่อนคุย "จารุพงศ์" บอกซ่อนอาวุธไว้อีก 2 ตู้คอนเทนเนอร์ "ทักษิณ" เต้นโดนหาอยู่เบื้องหลัง ส่งทนายความฟ้องสื่อ

เมื่อวันศุกร์ เวลา 10.40 น. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. พร้อมกำลังทหาร ควบคุมตัว 9 ผู้ต้องหาเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ อดีตแกนนำ นปช.ปทุมธานี ประกอบด้วย นายธีรชัย อุตรวิเชียร หรือระพิน อายุ 55 ปี, นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 58 ปี, นางปาลิดา เรืองสุวรรณ อายุ 62 ปี, นายทศพล เกษโกศล อายุ 25 ปี, จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู อายุ 57 ปี, ว่าที่ ร.ต.สุริยฉัตร ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี, น.ส.เอมอร วัดแก้ว อายุ 44 ปี, นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 56 ปี และนายอุดมชัย นพสวัสดิ์ หรือแสนรัก อายุ 60 ปี พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ซีพียูคอมพิวเตอร์ เครื่องปั่นไฟ ลำโพง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตรวจยึดไว้ได้ภายหลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินคดี

โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4, พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พนักงานสอบสวนกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มารอรับตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ได้ทำการตรวจร่างกายโดยแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งไม่พบการถูกทำร้ายร่างกาย ทำบันทึกประวัติ และแจ้งข้อกล่าวหา โดยมีทนายจากสภาทนายความร่วมสอบปากคำ

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2560 เวลาประมาณ 06.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผบ.ศรภ. และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จ.ปทุมธานี อ่างทอง หนองคาย สุรินทร์ นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ รวมทั้งสิ้น 7 จังหวัด ซึ่งเชื่อว่ามีกลุ่มบุคคลที่เป็นเครือข่ายของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ ได้ร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธ อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมการก่อเหตุร้ายและความไม่สงบเรียบร้อย

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน เสื้อเกราะ ยาเสพติด และอุปกรณ์ที่อาจนำไปใช้ในการก่อความไม่สงบเรียบร้อยจำนวนมาก จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการข่าว สำนักเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหาร ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 ควบคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อซักถามข้อเท็จจริงไว้แล้ว พนักงานสอบสวน บก.ป.รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัด

แฉพฤติกรรมแก๊งโกตี๋

"เชื่อได้ว่านอกจากผู้กระทำความผิดจะมีอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดและยาเสพติดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายแล้ว ยังมีพฤติการณ์ร่วมกันประชุมวางแผนหลายครั้ง เพื่อที่จะใช้กำลังต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน หากมีการนำกำลังเข้าตรวจค้นและยึดพื้นที่วัดพระธรรมกายอันเป็นการสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เพื่อต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และความผิดนั้นมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป อันเป็นความผิดฐานซ่องโจร" รอง ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติออกหมายจับผู้กระทำความผิดต่อศาลอาญา และศาลได้อนุมัติหมายจับไว้แล้ว และแจ้งข้อหา 9 ผู้ต้องหาคือ 1.นายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 54 ปี ตามหมายจับเลขที่ 719/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, รับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง และมียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และหมายจับเลขที่ 743/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร

2.นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 57 ปี หมายจับเลขที่ 718/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มี ใช้วิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากร และหมายจับเลขที่ 744/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร

3.นางปาลิดา เรืองสุวรรณ อายุ 61 ปี ตามหมายจับเลขที่ 745/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร 4.นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 55 ปี ตามหมายจับเลขที่ 722/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครอง และหมายจับเลขที่ 746/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร

5.นางเอมอร วัดแก้ว อายุ 43 ปี ตามหมายจับเลขที่ 720/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความครองครองไม่ได้รับอนุญาต, มีวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, รับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง และมียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

6.นายอุดมชัย นพสวัสดิ์ อายุ 60 ปี ตามหมายจับเลขที่ 721/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และหมายจับเลขที่ 748/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร 7.จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู อายุ 56 ปี ตามหมายจับเลขที่ 749/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร 8.ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี ตามหมายจับเลขที่ 750/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร และหมายจับเลขที่ 10/2560 ลง 17 มี.ค.2560 ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ นำเข้าข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ (ศาลทหารกรุงเทพ) และ 9.นายบุญส่ง คชประดิษฐ์ อายุ 54 ปี ตามหมายจับเลขที่ 717/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และหมายจับเลขที่ 754/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร

'จารุพงศ์' เอี่ยวอาวุธ-สั่งการ

"นอกจาก 9 คนที่ควบคุมตัวไว้แล้ว ศาลได้ออกหมายจับนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ อายุ 48 ปี หมายจับเลขที่ 739/60 ลง 22 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, น.ส.บุญเต็ม รักษาภายใน อายุ 54 ปี หมายจับเลขที่ 751/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร, นายสมจิตร สาบุดดา อายุ 64 ปี หมายจับเลขที่ 752/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐานซ่องโจร, นายวันลพ รัตน์รุ่ง อายุ 45 ปี หมายจับเลขที่ 753/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร อยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งจะเร่งติดตามจับกุมตัวทั้งหมดมาดำเนินคดี" พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

ขณะที่นายธีรชัย หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา รับสารภาพว่าอาวุธปืนทั้งหมดเมื่อปี 2556 นายโกตี๋ได้ให้คนของสถานีวิทยุชุมชนเรดการ์ดนำมาเก็บไว้ที่บ้านตน เพราะตนกับโกตี๋เป็นเพื่อนกัน ไปช่วยงานที่สถานีวิทยุเรื่องของเทคนิค

"ขอยืนยันอาวุธปืนระหว่างที่อยู่กับผมไม่เคยได้นำไปใช้หรือก่อเหตุใดๆ แต่ระหว่างที่ตั้งเวทีปราศรัยที่อนุสรณ์สถานก็ได้นำไปด้วย แต่ทุกกระบอกอยู่ในความควบคุมของผม เพียงใช้ปกป้องเวทีและสถานีวิทยุเท่านั้น ล่าสุดประมาณเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้ไปพบนายโกตี๋ที่ประเทศลาว และถามว่าจะเอาอาวุธอะไรไปสู้กับเขา นายโกตี๋บอกว่าผู้ใหญ่มีอาวุธอยู่ 2 ตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อถามย้อนกลับไปว่า เคยเห็นด้วยตาตัวเองหรือไม่ เขาตอบว่าไม่ โดยผู้ใหญ่ของนายโกตี๋ที่ทราบว่าคุยกันบ่อยที่สุดคือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เพราะขณะที่ผมไปหานายโกตี๋ ยังพบว่านายโกตี๋กำลังคุยโทรศัพท์กับนายจารุพงศ์อยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็ได้พูดด้วย โดยเขาฝากให้ดูแลลูกเลี้ยง" นายธีรชัยกล่าว

ถามว่าที่ไปพบกับนายโกตี๋ที่ต่างประเทศ มีแผนการจะก่อเหตุที่ไหน เพื่อนโกตี๋รายนี้ระบุว่า ในส่วนของตนไม่เคยคิดไปก่อเหตุที่ใด เพียงแต่เป็นคนเก็บอาวุธปืน ส่วนที่วัดพระธรรมกายไม่เคยมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจะก่อเหตุในพื้นที่วัดพระธรรมกายแต่อย่างใด

"เรื่องการข่มขู่จะเอาชีวิตผู้นำประเทศ ผมไม่ทราบ แต่เป็นเรื่องจริงที่โกตี๋กับเพื่อนของเขาอยู่ที่ประเทศลาวเป็นคนข่มขู่ โดยปืนทั้งหมดที่ยึดได้เป็นเงินที่โกตี๋ระดมจากมวลชนที่เขาบริจาคมา ช่วงก่อนปฏิวัติ 3 เดือน โกตี๋ได้ประกาศบนเวทีปราศรัยและวิทยุกระจายเสียงว่าให้พ่อแม่พี่น้องที่มีอาวุธเอามาบริจาค ถ้าไม่มีให้บริจาคเป็นเงิน แล้วนำไปซื้ออาวุธ ที่ทำเพราะเป็นเพื่อนกัน ทราบดีว่าเรื่องทั้งหมดนั้นผิดกฎหมาย" เพื่อนโกตี๋รายนี้กล่าว

ซักว่าเหตุปะทะกับ กปปส.ที่แยกหลักสี่ได้นำอาวุธดังกล่าวมาใช้หรือไม่ นายธีรชัยกล่าวว่า แค่เป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่รวบรวมมวลชนจนเกิดเหตุปะทะกับผู้ชุมนุม กปปส.ที่แยกหลักสี่ แต่ไม่ได้ใช้อาวุธสงครามในเหตุดังกล่าว

อย่างไรก็ดี พล.ต.อ.ศรีวราห์สรุปปิดท้ายการแถลงข่าวว่า จะให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดี ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแตกต่างกัน อาทิ ครอบครองอาวุธปืนฯ อั้งยี่ ซ่องโจร และข้อหาอื่นๆ โดยจะส่งตัวให้ดีเอสไอทำการสอบสวนต่อ เนื่องจากรายละเอียดของคดีมีความเชื่อมโยงกับการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ด้วย เพราะดีเอสไอเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง จากนั้นจะส่งฝากขังศาลอาญาในช่วงเช้าวันที่ 25 มี.ค. ยกเว้นว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความมั่นคงโดยจะส่งตัวให้ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ดำเนินการ

รบ.ชี้หลักฐานชัดไม่จัดฉาก
loading...

ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ควบคุมตัว 9 ผู้ต้องหาเครือข่ายโกตี๋ ขึ้นรถตู้ 3 คันมาส่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยเมื่อนำผู้ต้องหาทั้งหมดลงจากรถตู้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำตัวทั้งหมดเข้าไปในอาคารทันทีโดยไม่มีการเปิดเผยใดๆ

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นพบว่ามีอาวุธปืน 1 กระบอกที่ตรงกับบัญชีทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายหายไปเมื่อปี 2553 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 และเป็นสำนวนคดีที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษอยู่แล้ว

"ในวันนี้จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษดีเอสไอ เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีก่อการร้ายในกลุ่มผู้ต้องหาที่กระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อนำมาควบคุมที่ดีเอสไอและสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย" อธิบดีดีเอสไอกล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้บทความจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่ระบุรัฐบาลและคสช.หวั่นไหวกับข้อกล่าวหาเรื่องการจัดฉาก ในการเข้าตรวจค้นบ้านพักเครือข่ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ จึงออกมาให้ข่าวปฏิเสธเรื่องดังกล่าวว่า รัฐบาลและ คสช.ไม่รู้สึกหวั่นไหวหรือหวาดหวั่นกับข้อกล่าวหาของนายโกตี๋หรือผู้ใดทั้งสิ้น ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลและ คสช.ทราบดีว่าทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการเข้าตรวจค้น ยึด หรือสืบหาพยานหลักฐานในคดีต่างๆ มักจะมีคำพูดหรือข้อเขียนของผู้กระทำผิด ผู้เสียประโยชน์ หรือผู้ไม่หวังดีบางกลุ่ม ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างบิดเบือนสร้างความสับสน เพื่อให้ตนเองดูดีในสายตาของสังคม

'แม้ว' ส่งทนายฟ้องสื่อหมิ่นฯ

"หน่วยงานรัฐจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ ไม่ใช่การหวั่นไหวหรือร้อนตัว โดยขอยืนยันอีกครั้งว่า ทุกอย่างเป็นไปตามสิ่งที่ปรากฏต่อสาธารณชน ทั้งภาพข่าว คลิปเสียง และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า รัฐบาลและ คสช.ยึดมั่นในกฎหมาย และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริงข้อนี้ พร้อมขอเรียกร้องให้นายโกตี๋กลับมามอบตัว ส่วนผู้ที่แสดงความคิดเห็นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็ควรจะต้องพิจารณาบทบาทของตนเอง และร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เพราะถือเป็นการขยายความคิดสร้างความขัดแย้ง และเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความสามัคคีปรองดองภายใต้หลักนิติธรรม

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก "ทักษิณ..โกตี๋..ทีนิวส์" ระบุว่า อยากให้ท่านนายกทักษิณมอบอำนาจให้ทนายความไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายสนธิญาณและสำนักข่าวทีนิวส์ที่กล่าวหาว่า ถ้าไม่มีทักษิณขบวนการเหล่านี้ก็เดินต่อไม่ได้ อันเป็นการจงใจใส่ความนายกทักษิณว่าอยู่เบื้องหลังโกตี๋ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของอาวุธสงครามและอยู่ในขบวนการล้มเจ้า ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะนายกทักษิณและพวกผมแม้จะไม่ชอบเผด็จการ แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะใช้ความรุนแรง ส่วนเรื่องล้มเจ้าไม่เคยอยู่ในความคิด

"ระยะนี้ท่านนายกทักษิณงานเข้ามากเป็นพิเศษ เช่น ภาษีหุ้นชินคอร์ป ที่เรื่องจบไปนานแล้วแต่รัฐบาลจะใช้อภินิหารเรียกเก็บให้ได้ หรือเหตุการณ์ที่วัดพระธรรมกาย ที่ท่านผู้นำเคยมีคำถามว่าเป็นพุทธแท้หรือพุทธเทียม ในขณะที่ผมออกมาต่อสู้เพราะเห็นว่าการที่สาธุชนเข้าวัดเพื่อปฏิบัติธรรมย่อมดีกว่าออกมาเพ่นพ่านบนถนน หรือยกพวกไปปิดสถานที่ราชการ ล่าสุดคือการจับกุมอาวุธที่อ้างว่าเป็นของโกตี๋ที่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นการจัดฉาก ทั้งสองเรื่องก็ถูกลากโยงมาที่นายกทักษิณทั้งที่ท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความจริงท่านวางเฉยมานานแล้ว เพราะต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ แต่เผด็จการกลับหาเรื่องเอาท่านเป็นข้ออ้างเพื่อจะได้อยู่ในอำนาจต่อไป" นายวัฒนากล่าว

อดีต ส.ส.เพื่อไทยกล่าวว่า เราเห็นกลุ่มคนเหล่านี้แบ่งหน้าที่กันทำ โดยหัวหน้ากลุ่มการเมืองข้างถนนออกมาเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจนกว่าจะปฏิรูปสำเร็จ ฝ่ายสื่อก็ช่วยออกมาปลุกผีใส่ร้ายท่านว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการล้มเจ้า ส่วนท่านผู้นำก็สนุกกับการใช้อำนาจพิเศษที่ขัดต่อหลักนิติธรรมและนำมาซึ่งความขัดแย้ง ที่น่าแปลกคือเผด็จการที่เพลิดเพลินกับการจัดการฝ่ายตรงข้าม แต่กลัวถูกคิดบัญชี ความจริงคำว่าคิดบัญชีของผมคือเอาอำนาจกลับคืนให้กับประชาชนเท่านั้นเอง ช่างขวัญอ่อนเสียเหลือเกิน แล้วบอกเป็นชายชาติทหาร

ส่วนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ขอให้ดำเนินคดีกับนายยุคล วิเศษสังข์ ผู้ดำเนินรายการ “ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ” และนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม บรรณาธิการอำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ ที่ร่วมกันดำเนินรายการและแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

นายชุมสายกล่าวว่า บุคคลทั้งสองได้ดำเนินรายการดังกล่าวออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไบรท์ทีวี ช่อง 20 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ระบุในทำนองให้เข้าใจว่า นายทักษิณ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋

“ในรายการมีการพูดในทำนองว่า หลังมีการจับอาวุธที่เกี่ยวพันกับโกตี๋แล้วทำไมอดีตนายกฯ ทักษิณถึงเงียบไม่ออกมาพูด และสรุปว่าอย่างนี้แปลว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับเครือข่าย และยังมีการกล่าวให้ร้ายว่าอดีตนายกฯ ทักษิณในเรื่องอื่น จึงอยากให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวน เพราะเป็นคดีอาญา ถือว่าหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) (5) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสน” นายชุมสายกล่าว
www.thaipost.net

ถามว่า การที่อดีตนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินคดีเพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ผู้ดำเนินรายการกล่าวหาใช่หรือไม่ ทนายความนายทักษิณกล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งก็ได้นำหลักฐานเป็นซีดีบันทึกรายการสนทนาในรายการดังกล่าว ความยาวประมาณ 30 นาที และถอดเทปเนื้อหารายการทั้งหมดมามอบให้พนักงานสอบสวน เพราะต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเป็นการกล่าวหาที่รุนแรง ซึ่งหลังจากนี้ ถ้าพบว่ามีการกล่าวหาและเข้าองค์ประกอบความผิด ก็จะมีการดำเนินคดี เพราะในคำร้องที่ขอต่อพนักงานสอบสวน ได้ขอให้พิจารณาว่าหากมีคนอื่นที่เกี่ยวข้องก็ให้ดำเนินการ แต่ในเบื้องต้นที่พบคือสองคนที่เราดำเนินการ.

“โกตี๋” หนีตาย สุดแดนลาวเหนือ ทีม ฉก.ล่าข้ามโขง


“สหายหมาน้อย” เดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว “ข่าวลวง” คาดเดินทางไปเวียดนาม

               จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของ “ก๊วนโกตี๋” ในลาว ทั้งจากรายการวิทยุใต้ดิน และแหล่งข่าวในฝั่งซ้าย ยืนยันว่า โกตี๋เดินทางไปกบดานอยู่ชายแดนลาว - เวียดนาม ขณะที่พรรคพวกยังอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ แต่ก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น

               ความพยายามของทางการไทย ที่จะนำตัว “ผู้ต้องหา” คดีหมิ่นเบื้องสูง ที่อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักราย

               พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีรัฐฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หมายมั่นปั้นมือว่า จะได้ตัว “โกตี๋” หรือ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำองค์กรสหพันธรัฐไท มาดำเนินคดีในไทย ซึ่งขณะนี้ ทางอัยการพิเศษคดีระหว่างประเทศ กำลังทำเอกสารเพื่อยื่นไปทางสาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

               สาเหตุที่ทางการมั่นใจมากขึ้น เพราะ โกตี๋ ไม่ได้มีเพียงคดี 112 หากแต่มีคดีก่อการร้าย หลังจากทหาร - ตำรวจ ค้นพบ “คลังแสงย่อยๆ” ในบ้านของเครือข่ายโกตี๋

               ด้านความเคลื่อนไหวขององค์กรสหพันธรัฐไท ที่มีสำนักงานปิดลับอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ ก็ยังไม่ยุติการส่งกระจายเสียงทางยูทูบ ผ่านช่องไฟเย็น และช่องแยมมี่

               คืนวันที่ 21 มี.ค. 2560 “แยมมี่ ไฟเย็น” โฆษกองค์กรสหพันธรัฐไทย จัดรายการ “เปิดโฟนโค่นเผด็จการ” ทางช่องไฟเย็น ได้แจ้งให้ทราบว่า “โกตี๋” หรือ “สหายหมาน้อย” หยุดจัดรายการทางวิทยุออนไลน์ใต้ดิน 1 สัปดาห์

               คืนวันที่ 22 มี.ค. แยมมี่ ไฟเย็น ได้จัดรายการเปิดโฟนโค่นเผด็จการทางช่องไฟเย็น ได้บอกข่าวเล่าสิบกับผู้ฟังว่า โกตี๋ คงไม่ได้กลับมาจัดรายการอีกแล้ว ทางสถานีวิทยุจะปรับปรุงผังรายการใหม่ โดยมีมิตรสหายจากกลุ่มอื่นเข้ามาจัดรายการด้วย

               แหล่งข่าวในนครหลวงเวียงจันทน์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงลาว ได้ขอให้ โกตี๋ เดินทางออกจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปแล้ว เนื่องจากทางการลาวประเมินว่า ครั้งนี้ทางการไทยคงกดดันลาว ด้วย โกตี๋ มีการกระทำเข้าข่ายการก่อการร้าย ซึ่งไม่ใช่ประเด็น “เห็นต่างทางความคิด” เรื่องสถาบันเบื้องสูงอย่างเดียว

               จุดหนึ่งที่ทางการลาว บีบให้ โกตี๋ ต้องไปจาก สปป.ลาว โดยเร็ว เพราะ โกตี๋ ไป “เปิดหน้าเปิดตา” ให้สัมภาษณ์ “จอม เพชรประดับ” เท่ากับผิดข้อตกลงกับทางฝ่ายลาว ที่ขอให้ใช้ “นามแฝง” เช่น สหายหมาน้อย และลุงสนามหลวง พร้อมกับห้ามเปิดตัวตน

               แหล่งข่าวชาวลาว คาดการณ์ว่า โกตี๋ จะเดินทางไปเวียดนาม โดยระยะแรกอาจไปอยู่ตรงตะเข็บชายแดนลาว - เวียดนาม ไม่ที่แขวงหัวพัน ก็แขวงคำม่วน

loading...
               คืนวันที่ 23 มี.ค. ในรายการสามสหายไกลกังวล “สหายยังบลัด” (สหายเลือด) แจ้งกับผู้ฟังว่า โกตี๋ถึงจังหวัดสุรินทร์แล้ว โดยความปลอดภัย

               สิ่งที่สหายเลือดพูดนั้น เป็น “ข่าวลวง” ซึ่งก่อนหน้านี้ แยมมี่ ไฟเย็น ได้แจ้งว่า โกตี๋เดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว

               แยมมี่ ไฟเย็น ยังเปิดเผยว่า โกตี๋ใช้กลยุทธ์แบบ “พ่อค้ายา” คือ ค่ำไหนนอนนั่น ไม่ให้ใครโทรหา แต่จะโทรมาแจ้งมิตรสหายเอง โดยใช้มือถือเสร็จ ก็ถอดซิมทิ้งเลย

               เหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะโกตี๋ ทราบว่า มี “หน่วยเฉพาะกิจ” จากฝั่งขวา มาตามล่าเขาและพวก โดยคนเหล่านั้น แฝงมาในรูปแบบนักท่องเที่ยว และพ่อค้าเต็มไปหมด

               เมื่อคืนวันพุธที่ 15 มี.ค. 2556 โกตี๋เคยเล่าทางยูทูบว่า ตัวเขาถูกเจ้าหน้าที่ไทยดักล็อกตัวจะพาขึ้นรถ แต่มีมิตรสหายอยู่ในแถวนั้นหลายคน มาช่วยกัน จึงทำให้หน่วยเฉพาะกิจต้องล่าถอยไป นั่นเป็นสาเหตุที่เขาต้องประกาศว่า “น็อกคาไมค์” จัดรายการไม่ได้

               จริงๆ แล้ว ทางการลาวเคยห้ามกลุ่มคนเหล่านี้ จัดรายการวิทยุใต้ดินอยู่พักใหญ่ เนื่องจากหน่วยข่าวกรองของไทย สืบทราบที่ตั้งสถานีวิทยุได้ชัดเจนว่า อยู่ตรงไหน ? แต่ภายหลังที่พวกเขากระจายตัวกันออกไปหาที่อยู่ใหม่ ไม่ตกเป็นเป้าของหน่วยข่าวไทย รายการวิทยุใต้ดินก็เริ่มขึ้นอีก
www.komchadluek.net

วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

Magical Uzbekistan - life


loading...


loading...
www.youtube.com

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

Uganda's Moonshine Epidemic


Ugandans are the hardest drinking Africans in the motherland, both in terms of per capita consumption and the hooch they choose to chug. Waregi, or "war gin," is what they call the local moonshine, and it makes the harshest Appalachian rotgut taste like freaking Bailey's. 


loading...


www.youtube.com

การแข่งขันชนแพะ เอาหัวชนกันจนกว่าอีกตัวจะยอมแพ้ (ถ้าคนหัวหมอมาชนกัน)


วิถีชีวิตสัตว์ วิถีชีวิตการเมือง
การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ การล่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหาร



loading...
www.youtube.com

สัตว์มีเมตตากับสัตว์อื่น ๆ


Prey Animals Save Other Animals - Animals Have mercy with other Animals

loading...


www.youtube.com

ตะลึง พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน รอดสงคราม ฝังซ่อนใต้ดิน เกือบ2พันปี


ฮือฮา..พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน ถูกนำมาประดิษฐานที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงคาบูล หลังขุดพบถูกฝังใต้ดิน นักโบราณคดีคาดถูกซ่อนไว้ใต้ดินป้องกันหัวขโมย มาตั้ง

แต่ช่วงศตวรรษที่ 3-5 ซ้ำยังสามารถรอดพ้นจากภัยสู้รบในพื้นที่สุดอันตรายมาได้

เมื่อ 19 มี.ค.60 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวฮือฮา พระพุทธรูปโบราณในอัฟกานิสถาน ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน และถูกฝังซ่อนไว้ใต้ดินเพื่อป้องกันหัวขโมย รวม
ทั้งยังรอดปลอดภัยขณะอยู่ในพื้นที่สู้รบที่อันตรายที่สุดในประเทศอัฟกานิสถาน ในที่สุดได้รับการบูรณะและนำมาประดิษฐานไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ในกรุงคาบูล เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ชมพระพุทธรูปองค์นี้กันแล้ว ขณะที่บรรดานักโบราณคดีคาดว่า มีอายุเก่าแก่และถูกซ่อนไว้ใต้ดินตั้งแต่ช่วงราวศตวรรษที่ 3-5
ข่าวแจ้งว่า พระพุทธรูปโบราณองค์นี้ถูกซ่อนไว้ในชั้นดิน ที่เมืองเมส อัยนัค ห่างจากกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร โด

ได้ถูกค้นพบเมื่อปี 2555 ขณะที่บริษัทชาวจีนได้เข้ามาทำเหมืองแร่ทองแดงในบริเวณดังกล่าว และได้ขุดพบพระพุทธรูปโบราณใต้ผืนดินอย่างไม่คาดฝัน โดยบริเวณที่พบพระพุทธรูปโบราณใต้ผืนดินอย่างไม่คาดฝัน โดยบริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้อยู่ในกลุ่มวิหารโบราณบนพื้นที่กว้างขวาง 4 ตารางกิโลเมตร ในเขตจังหวัดโลการ์ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่อันตรายที่สุดในอัฟกานิสถาน และปัจจุบันเป็นเขตฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบัน



นายเออร์มาโน คาร์โบนารา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะโบราณวัตถุ ชาวอิตาลี กล่าวว่า พระพุทธรูปโบราณองค์นี้ยังอยู่ครบเกือบหมดทั้งองค์ และเศียรของพระก็ยังอยู่

ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก โดยพระพุทธรูปโบราณองค์นี้อยู่บริเวณช่องโพรงในดิน ซึ่งโดยรอบมีการวาดประดับตกแต่งเป็นลวดลายดอกไม้ และเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีสวดมนต์



นายคาร์โบนารา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีกว่าในการย้ายพระพุทธรูปขึ้นมาจากโพรงดิน โดยพระพุทธรูปองค์นี้ทำจากดินเหนียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำเมส อัยนัค อีกทั้งนา
ยคาร์โบนารายังกล่าวด้วยความทึ่งว่า การลงสีพระพุทธรูป โดยมีมวยผมสีดำ พระปรางค์สีชมพู และดวงตาสีฟ้า ถือเป็นเทคนิคที่ซับซ้อนอย่างแท้จริงของช่างฝีมือโบราณที่ปั้นพระพุทธรูปองค์นี้.
www.thairath.co.th


“โกตี๋”โต้ อาวุธไม่ใช่ของตัวเอง จวก รัฐจัดฉากไม่เนียน ลั่นถ้ามีเยอะขนาดนั้นถล่มนานแล้ว


“โกตี๋” ยัน อาวุธไม่ใช่ของตัวเอง บอกเกิดมาบ้านไม่เคยมีเป็นหลัง-นอนสถานีตลอด และออกจากไทยมา 3 ปีแล้ว จวก รัฐจัดฉากไม่เนียน ชี้ ถ้ามีอาวุธขนาดนั้นไม่ปล่อยเอาไว้แน่ถล่มไปนานแล้ว
loading...

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีทหารบุกค้นบ้านแล้วอาวุธสงครามจำนวนมาก ผ่านช่องทางยูทูป ว่า วันนี้ตนเห็นลูกน้องที่โดนจับแล้วสงสารเขา เพราะตนไม่มีปัญญาไปช่วย เขาเป็นคนดีมาก วันนี้โดนยัดข้อหาขนาดนี้ นี่คือความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นตลอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเมืองไทย ไม่รู้ว่าโดนจับเข้าไปเขาจะโดนทำร้ายมากขนาดไหน ในการที่จะให้เขาใส่ร้ายป้ายสีมาให้ตนให้ได้ ถ้าเป็นไปได้พี่น้องช่วยตามข่าวแทนตนด้วย ทั้งนี้ กองทัพไม่ต้องซื้ออาวุธหรอก ไปบุกบ้านไหนก็ของโกตี๋ เจออาวุธที่ไหนก็ของโกตี๋ โยงเข้าหาแม้กระทั่งวัดธรรมกาย บ้ากันไปใหญ่แล้ว อาวุธที่ค้นเจอนั้นตนยืนยันว่าไม่ใช่ของตนแน่นอน มีการจัดฉากต้องการเล่นงานเครือข่ายของตนทั้งหมด ตนห่วงอย่างเดียวคือห่วงความปลอดภัยของหัวหน้าการ์ดตน เพราะวันนี้เขาได้เสียสละแทนตนทั้งที่เขาไม่รู้เรื่อง ชีวิตตนไม่เคยมีบ้านเป็นหลัง นอกสถานีมาตลอด และออกจากเมืองไทยมา 3 ปีแล้ว อาวุธถ้ามีมากขนาดนั้นผมถล่มพวกเขาไปนานแล้ว ตนไม่เอาไว้หรอก นอกจากนี้ ตนจะสะสมอาวุธไว้ทำไมในเมืองไทย ที่ใจกลางเมืองขนาดนั้น จัดฉากไม่เนียนในการพยายามที่จะให้ตนเป็นคนก่อการร้าย
www.matichon.co.th

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560

PMU Sniper ฆ่านักสู้ ISIS 321 ราย


Iraqi PMU Media Directorate has conducted another interview with the now famous Abu Tahseen, the Iraqi sniper who has now killed over 321 ISIS fighters, since our previous video which was 173. Abu Tahseen joined the Popular Mobilization Units as a volunteer to defend Iraq from 

loading...



www.tyoutube.com

จับคลังแสง'โกตี๋'! ค้น9จุดเครือข่ายเสื้อแดง ยอมรับเหลือจากเผาเมือง


ตำรวจ-ทหารสนธิกำลังตรวจค้น 9 จุดเครือข่ายเสื้อแดง ผงะ! พบอาวุธสงครามอื้อ-เอกสารจัดตั้งกองกำลัง สอบเค้น "สมุนโกตี๋" สารภาพอาวุธถูกนำมาซุกซ่อนหลังม็อบเผาเมืองปี 53 และช่วงชุมนุม กปปส. ทีมโฆษก คสช.เผยปฏิบัติการปูพรมค้นสิ่งผิดกฎหมายมาจากบัญชาการของ "บิ๊กตู่" เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในความปลอดภัย ยันไม่กระทบปรองดอง แต่แกนนำ นปช.ชี้เปรี้ยงกระทบแน่ ปัดรู้จักโกตี๋อย่ามายัดเยียด!

ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. พร้อมด้วย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกำลังทหาร ได้ร่วมกันปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 9 จุด หลังสืบทราบว่ามีการซุกซ่อนอาวุธสงครามเอาไว้จำนวนมาก

ปฏิบัติการนี้เข้าค้นเป้าหมายแรก บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านปูน 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 100 ตร.ว. มีนายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 45 ปี คนสนิทและแนวร่วมของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พักอาศัยอยู่

จากการตรวจค้นในบ้าน พบสิ่งผิดกฎหมาย 29 รายการ อาทิ ปืนเอ็ม 16 จำนวน 4 กระบอก, เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 1 กระบอก, ปืนคาร์บิน 1 กระบอก, ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก, กระสุนปืนลูกซอง 160 นัด, กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 4,566 นัด, กระสุนปืนขนาด 7.62 มม. ซ้อมรบ 8 นัด, กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 220 นัด, กระสุนปืนขนาด 7.62 มม. 235 นัด, กระสุนปืนขนาด .45 (11 มม.) 189 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 78 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 ซูเปอร์ 33 นัด, กระสุนปืนขนาด 9 มม. 38 นัด, ปลอกลดเสียง เอ็ม 16 จำนวน 3 อัน, ซองกระสุนปืน 7 ซอง, กล้องสไนเปอร์ 1 อัน, ขาทรายปืน 1 อัน

ลูกระเบิด เอ็ม 79 จำนวน 8 นัด, ลูกระเบิดขว้าง SFG75 จำนวน 1 ลูก, ลูกระเบิดขว้าง RGD5 จำนวน 10 ลูก และเรือนชนวน 16 อัน, ซองปืนพกขนาด 11 มม. 1 ซอง, มีดดาบ 12 เล่ม, เครื่องชอร์ตไฟฟ้า 1 เครื่อง, วิทยุสื่อสาร ว.ดำ 7 เครื่อง, วิทยุสื่อสาร ว.เเดง 1 เครื่อง, พลั่วสนาม 1 อัน, ป้ายทะเบียน จำนวน 2 ป้าย, หมายเลขทะเบียน ภศ 8064 กรุงเทพมหานคร และ กธ 5011 ลพบุรี เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว และยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายธีรชัยไปดำเนินการสอบสวนทันที

จุดที่ 2 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 106-19 หมู่บ้านชวนชื่นบรู๊คไซด์ ซอยชวนชื่น 10 ต.บางคูวัด จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของนางปาลิดา เรืองสุวรรณ พบเอกสารต้องสงสัยมีลายมือเกี่ยวกับการจัดตั้งกองกำลัง และใบบันทึกรายการอาวุธของกลุ่มฯ ซีดีเพลงที่อาจจะเข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ เอกสารเนื้อหาคำแถลงการณ์เกี่ยวกับนักรบประชาธิปไตย บัตรประจำตัว นปช. บัตรกลุ่ม นปช.มหาสารคาม รูปถ่ายร่วมกับกลุ่ม นปช. และเอกสารอื่นๆ จำนวนมาก

ปูพรมค้นเครือข่ายแดง

จุดที่ 3 เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 18/2 หมู่ 8 ต.ยางช้าย อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง พร้อมควบคุมตัว นายประเทือง อ่อนละมูล แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งจากการตรวจค้นพบเอกสารโรงเรียน นปช. วิทยุสื่อสารแบบพกพา (ICOM) 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเมมโมรีการ์ด 2 อัน ส่วนเป้าหมายจัดที่ 4 เป็นบ้านเลขที่ 8 หมู่ 6 บ้านสามขา ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย โดยจับกุมตัว จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง

นอกจากนี้ ในจุดที่ 5 เจ้าหน้าที่ยังได้บุกเข้าจับกุม นายสุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 10/2560 ฐานความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งจากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 21/1 ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสุริยศักดิ์ พบแผ่นซีดีกิจกรรมเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง แผ่นตราสัญลักษณ์ นปช.จังหวัดสุรินทร์ อาวุธปืนลูกโม่ .38 ขนาดลำกล้อง 4 นิ้ว 1 กระบอก ไม่มีลูกกระสุน พร้อมเอกสารต่างๆ จึงรวบรวมไปตรวจสอบ

เป้าหมายจุดที่ 6 จับกุมนายบุญส่ง คชประดิษฐ์ แนวร่วมเสื้อแดง จ.นครราชสีมา ซึ่งจากการนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพัก ยังพบอาวุธปืนยาว 1 กระบอก พร้อมกระสุน อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก พร้อมกระสุน ชิ้นส่วนและส่วนควบอาวุธปืนหลายรายการ อาทิ พลุส่องสว่าง และกล้องสไนเปอร์ เอกสารและซีดีกิจกรรม กลุ่ม นปช.ในบ้านพักจำนวนหนึ่ง

เป้าหมายที่ 7 เจ้าหน้าที่บุกไปยังบ้านเลขที่ 119/116 หมู่บ้านสวัสดิการศูนย์การทหารราบ หมู่ 9 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของนายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ ผลการตรวจค้นพบสิ่งเทียมอาวุธปืน (บีบีกัน) 8 กระบอก, แมกกาซีน (บีบีกัน) 25 ซอง, อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. 1 กระบอก, ซองปืนพกสั้น 3 ซอง, เครื่องกระสุนปืน เบอร์ 12 จำนวน 29 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. 26 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 50 นัด, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 4S จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง, แท็บเล็ตยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง, โน้ตบุ๊กยี่ห้อ HP จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) 4 เครื่อง, แอร์การ์ด 1 อัน, เมมโมรีการ์ด 1 อัน, ฮาร์ดดิสก์บันทึกกล้องวงจรปิด 3 เครื่อง และพลุควัน (ไปร์ทบอมบ์) 5 อัน

มีรายงานว่า เป้าหมายที่ 8 เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายอุดมชัย นพสวัสดิ์ หรือแสนรัก ได้ขณะร่วมกันตรวจค้นที่พักในซอยรังสิต-นครนายก 33 พบพาหนะ ทะเบียน ชฐ 3822 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่หน้าที่พัก โดยนายอุดมชัยอ้างว่าซื้อต่อมาจากนายธีรชัย ผู้ต้องหาตามพื้นที่เป้าหมายที่ 1 ในราคา 30,000 บาท จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถทะเบียนปลอม และพบยาบ้า 1 ถุง ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะด้านหลังคนขับ
loading...

ส่วนเป้าหมายที่ 9 ได้บุกเข้าตรวจค้นภายในลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ บริษัท เกรทติ้ง ฟอร์จูน คอนเทรนเนอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 10 หมู่ 12 ซอยสุขาภิบาล 6 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นที่เก็บซ่อนอาวุธเครือข่ายนายโกตี๋อีกแห่งหนึ่ง
ธีรชัยรับอาวุธเป็นของโกตี๋

จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณนี้มีตู้คอนเทนเนอร์อยู่กว่า 2,300 ตู้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่นำมาเก็บไว้ และยังพบว่ามีตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาฝากนานกว่า 1 ปีขึ้นไปเก็บเอาไว้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเข้าทำการเปิดตู้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบดูด้านในว่ามีอาวุธสงครามซุกซ่อนไว้ตามที่ได้สอบสวนขยายผลมาหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรืออาวุธซุกซ่อนไว้แต่อย่างใด

มีรายงานว่า นายธีรชัยซึ่งถูกควบคุมตัวหลังตรวจค้นเป้าหมายจุดแรก ให้การว่าเป็นลูกเขยของบ้าน และมีอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ และระบุว่าอาวุธทั้งหมดที่ถูกยึดนั้นเป็นของโกตี๋ หรือนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี นำมาฝากไว้หลังจากการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ในปี 2553

loading...
"ต่อมาในช่วงที่มีการชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โกตี๋ได้ตั้งเวทีเครื่องเสียงชุมชนของกลุ่มเสื้อแดงที่อนุสรณ์สถานดอนเมือง จนเจ้าหน้าที่สั่งให้รื้อถอนเวที โกตี๋จึงนำอุปกรณ์ต่างๆ มาฝากไว้ที่หลังบ้าน โดยที่ตนเองไม่ทราบว่าของทั้งหมดมีอาวุธสงครามรวมอยู่ด้วย" นายธีรชัยกล่าว

รายงานแจ้งด้วยว่า บ้านหลังนี้เคยเป็นที่ตั้งสถานีวิทยุของกลุ่มเสื้อแดง ก่อนที่จะถูกปิดการออกอากาศในช่วงที่มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในปี 2557 ส่วนโกตี๋ได้หลบหนีออกนอกประเทศ หลังจากถูกหมายจับในคดีหมิ่นเบื้องสูงจนกระทั่งขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายธีรชัยไปสอบสวนเพื่อขยายผลหาที่มาของอาวุธสงครามที่ยึดได้ดังกล่าว ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยถึงปฏิบัติการตรวจค้นนี้ว่า เบื้องต้นได้รับทราบรายงานการปฏิบัติการแล้วว่าพบสิ่งผิดกฎหมาย อาวุธหลายชนิด แต่ยังไม่ทราบว่าแต่ละชนิดมีจำนวนเท่าใด รวมถึงยังพบเอกสารที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองอีกด้วย ต้องรอเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลต่อไป ว่าอาวุธดังกล่าวและกลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของมีเป้าหมายอย่างไร หรือจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ไปป่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ขู่ปองร้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ ทั้งนี้ หากมีความชัดเจนก็จะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ขณะที่ พล.ต.ต สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 เผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปควบคุมและซักถามโดยละเอียดในที่แห่งหนึ่งแล้ว ขณะที่ตำรวจ สภ.คูคต ตรวจสอบของกลางทั้งหมด ก่อนร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.

คสช.เชื่อไม่กระทบปรองดอง

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า เป็นการปฏิบัติตรวจค้นตามกรอบนโยบายและคำสั่ง ของหัวหน้า คสช. ที่มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่กำกับดูแลงานด้านความมั่นคง ดำเนินการกวาดล้างจับกุมสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธสงครามที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ และนำไปใช้ก่อเหตุความรุนแรงต่างๆ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั่วไป ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเป็นธรรมตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

พ.อ.ปิยพงศ์กล่าวว่า อาวุธสงครามจำนวนดังกล่าว อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดถึงแหล่งที่มา เส้นทางการนำเข้ามาในพื้นที่ ผู้สนับสนุน และเป็นอาวุธที่เคยใช้ก่อเหตุกรณีใดมาบ้าง หรือมีความเชื่อมโยงกับบุคคลใดหรือกลุ่มใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้พิสูจน์ทราบ และมาเรียนชี้แจงในโอกาสต่อไป

"ปฏิบัติการนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพูดคุยสร้างความปรองดองแต่อย่างใด เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่จะทำให้สุจริตชนรู้สึกอบอุ่นใจ และมั่นใจที่เจ้าหน้าที่รัฐสร้างความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนไม่ให้มือที่สามสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นได้" ทีมโฆษก คสช.กล่าว

ทางด้าน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมอาวุธที่ค้นพบถึงเยอะ เป็นเรื่องยากที่จะเป็นเช่นนั้น เพราะการรัฐประหารก็ผ่านมาหลายปีแล้ว อาวุธไม่น่าหลงเหลืออยู่ได้ ดูไม่น่าเชื่อถือ กระทบต่อการสร้างความปรองดองแน่นอน ทำให้มีการคิดมากต่อกันกับกระแสข่าวที่มีการประดังเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเก็บภาษีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือกรณีธรรมกายที่อยู่ๆ คดีก็เพิ่มขึ้นกะทันหันกว่า 300 คดี

นพ.เชิดชัยกล่าวว่า กระแสข่าวพวกนี้ทำให้คนสับสน สงสัยว่ามีอะไรทำอะไรกันรึเปล่า เป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนสับสนไม่สบายใจ ในส่วนของคนเสื้อแดงก็อยู่กันตามปกติ พอไปค้นบ้านโกตี๋บอกมีธงแดงอะไรอย่างนี้ เหมือนเป็นการปลุกกระแสในแง่อคติ ซึ่งไม่ดี จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ไม่ดี เศรษฐกิจปัญหาปากท้องแย่อยู่แล้ว เจอข่าวอย่างนี้คงไม่สบายใจ ทำสังคมสับสน ไม่ต้องตีข่าวมาก จะเป็นจริงไหมที่อาวุธมากมายขนาดนั้น

เหวงกังขายัดเยียด นปช.

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า โดยส่วนตัวตนไม่เคยติดต่อ ไม่เคยโทร.หา และไม่เคยประชุมร่วมกันกับนายโกตี๋ ถ้าเรื่องนี้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ก็ให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องไปสืบสวนข้อเท็จจริง ขออย่าสร้างเรื่อง อย่ายัดเยียดความผิดให้ใคร

"แต่ที่น่าสงสัยคือทำไมรัฐบาลมาค้นเอาตอนนี้ ทั้งที่มันผ่านมาแล้วสามปี ทำไมเพิ่งจะมาค้นตอนนี้ แกนนำนปช.เราไม่สนับสนุนความรุนแรง และถ้าจะมาบอกว่าเป็นแกนนำ นปช. ก็ควรที่จะแยกเยะด้วย เพราะว่านายโกตี๋ไม่ใช่ นปช. เพราะเขาเคลื่อนไหวในแนวทางที่รุนแรง ซึ่งไม่ใช่แนวทางเดียวกันกับ นปช. ดังนั้นนายโกตี๋ไม่ใช่นปช. เขาอาจจะใส่แค่เสื้อสีแดง และก็โปรดอย่าเหมารวมว่าเป็นแกนนำ นปช.ด้วย" นพ.เหวงระบุ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ได้รู้จักนายโกตี๋เป็นการส่วนตัว ไม่สนิทและไม่เคยพูดคุยแบบผูกพัน เพราะเราอยู่กันคนละที่ และเรื่องดังกล่าวก็เป็นเรื่องส่วนตัวของนายโกตี๋

ส่วนนายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. กล่าวว่าไม่เคยติดต่อกับนายโกตี๋นานแล้ว ไม่สนิทกัน และไม่มีเบอร์ส่วนตัว เพราะไม่ใช่แกนนำ นปช.ส่วนกลาง จึงไม่สนิท ต่างคนก็ต่างเคลื่อนไหว และนายโกตี๋ก็ไม่ค่อยมาร่วมชุมนุมกับเรา เราจึงไม่มีอะไรยุ่งเกี่ยวกัน

loading...
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า อาวุธสงครามที่ยึดได้จากบ้านโกตี๋ค่อนข้างมั่นใจว่าส่วนหนึ่งเป็นอาวุธที่สูญหายไปจากราชการ ในช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดม็อบเสื้อแดง และคาดว่ายังมีซุกซ่อนไว้อีกหลายจุด เพราะอาวุธสงครามที่ถูกปล้นไปนั้น นับรวมกันแล้วมากกว่า 1,000 กระบอกทั่วประเทศ มีทั้งปืนเอ็ม 16 ปืนอาก้า ปืนลูกซอง ปืนทราโว่ของอิสราเอล ก็ถูกปล้นไปด้วย ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เคยให้การในคณะอนุกรรมาธิการสอบสวนเรื่องชายชุดดำของสภาผู้แทนราษฎร ได้ยอมรับว่ากลุ่ม นปช.ได้นำอาวุธไปจริง และตนเองยินดีที่จะช่วยติดตามกลับคืน แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด

นายวัชระกล่าวด้วยว่า ได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อกราบขอร้องให้ช่วยติดตามอาวุธปืนเหล่านี้กลับสู่ราชการ เพราะหากอยู่ในการครอบครองของโจร ก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในที่สุด

"เป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อเสนอเรื่องการปรองดองของ นปช. เขียนได้หลายสิบหน้า ครอบจักรวาล แต่ไม่มีคำว่าสำนึกผิด และจะนำอาวุธสงครามที่ยึดไปพร้อมเครื่องกระสุนนำมาส่งคืนให้กับทางราชการแต่อย่างใด แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจในการปรองดอง ถ้าไม่คืนอาวุธก็ไม่ต้องพูดกันเรื่องการปรองดองเลยดีกว่า" นายวัชระ กล่าว.
www.thaipost.net

"โกตี๋"สู้เพื่อสหพันธรัฐไทย ตั้งกองกำลัง-สร้างเขตปลดปล่อย


"โกตี๋"สู้เพื่อสหพันธรัฐไทย ตั้งกองกำลัง-สร้างเขตปลดปล่อย

loading...
  การเคลื่อนไหวของ “แดงใต้ดิน” กลับมาอยู่ในกระแสข่าวร้อนอีกครั้ง เมื่อ “สหายหมาน้อย” หรือ “โกตี๋” ประกาศตั้ง “เขตปลดปล่อย” เตรียมการต่อสู้ด้วยอาวุธ ผ่านวิทยุใต้ดิน “สถานีสหพันธรัฐไทย” ทางยูทู้ป

กลางดึกคืนวันเสาร์ที่ 18 มี.ค.2560 สหายหมาน้อย หรือ โกตี๋หรือ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ จัดรายการสด “สู้เพื่อสหพันธรัฐ” ได้ออกแถลงการณ์โต้ คสช. กรณีมีการค้นพบ “คลังแสง” ในบ้านเครือข่ายโกตี๋ ปทุมธานี

โกตี๋ ยืนยันว่า เป็นการจัดฉาก สร้างสถานการณ์ เพราการตั้งกองกำลังปฏิวัติตามแนวทางสหพันธรัฐไทย ยังอยู่ระหว่าง “เตรียมการ”

สืบเนื่องจากวันเสาร์ที่ 18 มี.ค.2560 กองกำลัง “บูรพาพยัคฆ์” ที่รับผิดชอบพื้นที่ปทุมธานี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.ปทุมธานี นำกำลังเข้าตรวจค้น บริษัท ไทยแม็กซ์กรุ๊ป จำกัด บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูน 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา และเป็นบ้านพักของ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี

จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบระเบิด หลายชนิด จำนวนมาก ,อาวุธปืนสงครามหลายชนิด, เครื่องกระสุนปืน และเอกสารสำคัญต่าง ๆ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัว ธีรชัย อุดรเชียร ผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวนมาก สอบสวนเบื้องต้น รับว่าได้รับฝากของกลางดังกล่าวมาจากสถานีวิทยุชุมชนของนายโกตี๋ ซึ่งรู้จักกันช่วงที่เปิดเวทีเสื้อแดง ตนเป็นช่างไฟฟ้าของเวทีในขณะนั้น ก่อนนำตัวผู้ต้องหามาควบคุมที่ มทบ.11 เพื่อสอบสวน เป็นเวลา 7 วัน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กองทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ต้องรอเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลต่อไป ว่าอาวุธดังกล่าว และกลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของ มีเป้าหมายอย่างไร หรือจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ไปป่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นวัดธรรมกาย และขู่ปองร้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือไม่

อย่างที่รู้กัน ช่วงที่ “เสื้อแดงครองเมือง” สถานีวิทยุเพื่อมวลชน เรดการ์ด เรดิโอ FM105.65 ของโกตี๋ ตั้งอยู่เลขที่ 4/26 หมู่ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ไม่ห่างจาก

บริษัท ไทยแม็กซ์กรุ๊ป จำกัด

ด้วยสถานการณ์การเมืองร้อนแรงด้วยการชุมนุมของ กปปส. ก่อนหน้ารัฐประหาร ปี 2557 โกตี๋ ตกเป็นเป้าการตามล่าจากฝ่ายผู้ถืออำนาจ เขาจึงหลบหนีไปอยู่กัมพูชา

ปี 2558 โกตี๋ ย้ายจากกัมพูชามาอยู่ลาว โดยไปตั้งหลักเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่แขวงหลวงพระบาง

จากนั้น โกตี๋ ได้ร่วมงานกับ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ “ลุงสนามหลวง” เปิดวิทยุออนไลน์ใต้ดิน ออกอากาศจากนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ทุกวันนี้ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ ลุงสนามหลวง และโกตี๋ เรดการ์ดหรือสหายหมาน้อยต่างไม่ยอมหลับนอน จัดรายการสดๆ เปิดสายให้คนเสื้อแดงทั้งในไทยและทั่วโลกเข้าไปแสดงความคิดเห็น เหมือนสมัยที่โกตี๋ ทำวิทยุชุมชน โดยเปิดสายโฟนอินให้แฟนๆ โทรเข้ามาในรายการ

รูปแบบการสื่อสารสองทางนี้ทำผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งหน่วยข่าวทางการไทยยากที่จะติดตามและตรวจสอบได้

กลุ่มชูชีพ-โกตี๋ ได้รับการสนับสนุนจาก “เพื่อนพ้องน้องพี่” ทางเมืองไทย ที่มีการส่งผ่านการช่วยเหลือผ่านไปทาง “กลุ่มอดีตสหาย” ที่เข้าไปทำธุรกิจในลาว

เมื่อไม่นานมานี้ โกตี๋ ประกาศแนวทางตั้ง "เขตปลดปล่อย" ในประเทศไทย และเตรียมระดมคนเสื้อแดงไปฝึกที่ฝั่งซ้าย โดยมี “สหายเลือด” อดีตสหายเขตงาน 205 อีสานใต้ จะเป็นครูฝึกการทหาร

“สหายเลือด” หรือ “สหายยังบลัด” เป็นชาวโคราช เข้าป่าอีสานใต้ โดยรับผิดชอบงานมวลชนเขตงาน 205 (ละหานทราย-ครบุรี) โดยหลังรัฐประหาร 2557 สหายเลือดถูกทหารเรียกให้ไปรายงานตัว เนื่องจากตรวจพบว่า พัวพันกับ “แก๊งแดงนอก” เมย์ อียู แต่เขาตัดสินใจหนีข้ามโขงไปหลบซ่อนอยู่กับ “อดีตสหายอีสานใต้” ที่ประกอบธุรกิจอยู่ในลาว

ต่อมา สหายเลือดได้พบกับชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ “สหายสมชาย” แห่งเขตงานอีสานใต้ เขาเลยจับมือร่วมงานกันทำวิทยุออนไลน์ใต้ดิน

สำหรับเขตปลดปล่อยของโกตี๋ ที่วางเป้าหมายไว้ได้แก่นครพนม, ขอนแก่น, สระแก้ว, แม่สอด และแม่ฮ่องสอน

ขณะนี้ จากการตรวจสอบของหน่วยข่าวไทย พบความเคลื่อนไหวของ “แดงฮาร์ดคอร์” ที่อพยพมาจากกัมพูชา เพราะสมเด็จฮุน เซน สั่งห้ามพวกแดงฮาร์ดคอร์ทำกิจกรรมการเมือง และมี “สหายอีสานใต้” คนหนึ่งที่ทางการไทยต้องการตัวกลับมารับโทษ โดยทำหนังสือถึงรัฐบาลฮุน เซน ปรากฏว่า ทางเขมรยินดีส่งตัวให้ แต่อดีตสหายคนนั้นรู้ตัวก่อน จึงหลบหนีมาร่วมงานกับกลุ่ม “ชูชีพ-โกตี๋” ที่เมืองลาว

สรุปว่า กลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ไปรวมพลอยู่ฝั่งซ้าย เพื่อภารกิจ “แนวทางสหพันธรัฐไทย” ตามที่โกตี๋ประกาศผ่านยูทู้ปทุกวันทุกคืน
www.komchadluek.net

แม่ในคลิปจับมัดลูกชาย-เหยียบหัว โร่พบตร.-ยันรักลูก แต่ต้องลงโทษเพราะดื้อมาก (คลิป)


จากกรณีที่ โลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Bee Bee เผยเหตุการณ์ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง เหยียบศีรษะของเด็กชายที่น่าจะเป็นลูกชาย แล้วพยายามมัดกับรั้วข้างถนน โดยเด็กชายตะโกนออกมาว่า “หายใจไม่ออก” โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า “แม่ใจร้าย แถววัดกู้ ครับ ทำเกินไปไหมครับ ยังเป็นแม่คนอยู่หรือเปล่า ช่วยกันแชร์ จนกว่าจะถึง คุณ ปวีณา หงส์สกุล (ฟังน้องดีดีครับ น้องพูดว่า หายใจไม่ออก หายใจไม่ออก)”
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบยังร้านขายพวงมาลัยหน้าตลาดสดพิชัย หัวถนนท่าน้ำปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อไปถึงที่ร้านขายพวงมาลัยดังกล่าวพบเพียงนางยุพิน จุ้ยงาม อายุ 65 ปี กำลังนั่งขายพวงมาลัย พร้อมบอกว่าตนเป็นแม่ของนางดุษฎี หรือเดียร์ นาดี อายุ 30 ปี ที่ปรากฏในคลิป

loading...


นางยุพิน กล่าวว่า คลิปที่เห็นนางดุษฎีใช้เท้าเหยียบท้ายทอยน้องไข่ หลานชายนั้นยอมรับว่าลูกสาวทำเกินกว่าเหตุ เพราะหลานเป็นเด็กที่ดื้อมาก และไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ ขโมยเงินที่ร้านทุกวันเพื่อเอาไปเล่นเกมส์ ตนเลี้ยงเขามาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ หลังจากที่แม่เขาเลิกกับสามีเก่า หวังจะให้เป็นเด็กดีแต่หลานคนนี้ก็ไม่เคยเชื่อฟัง ข้าวของเงินทองต้องเก็บไว้มิดชิดเพราะถ้าเผลอแป๊ปเดียวก็ถูกหลานขะโมยทันที

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.ปากเกร็ด หลังทราบว่า นางดุษฎี หรือเดียร์ นาดี อายุ 30 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัย ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด เพื่อให้ปากคำ

นางดุษฏี กล่าวว่า วันเกิดเหตุเวลาสองทุ่มของวันที่ 17 มี.ค.60 ขณะตนนั่งขายพวงมาลัยอยู่ ด.ช.กิตติ หรือน้องไข่ อายุ 12 ปี ลูกชาย เรียนอยู่ชั้น ป.5 ได้มาหาตนที่ร้าน ทั้งๆที่ตนเพิ่งจะสั่งไว้ว่าไม่ให้ออกจากบ้านไปไหน และห้ามหนีไปเล่นเกมส์อย่างเด็ดขาด เมื่อมาถึงน้องไข่เจอน้องจอยพี่สาวต่างบิดา จึงถูกพี่สาวด่าว่าอีก ทำให้น้องไข่โมโหตรงเข้าบีบคอทำร้ายพี่สาว ด้วยความโมโหตนเลยใช้เชือกผูกมัดมือติดกับกรงเหล็กริมถนนหน้าร้าน แต่ลูกชายตัวใหญ่พยายามดิ้นรนต่อสู้ตนจึงใช้เท้าเหยียบไว้ที่ท้ายทอย ไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายคลิปมาเผยแพร่ในโลกออไลน์

เมื่อเช้านั่งขายพวงมาลัยอยู่มีน้องโทรมาถามว่าตนเห็นคลิปหรือยัง เมื่อตนเข้าไปดูก็เห็นคลิปที่ตนกำลังจับลูกชายมัดมือกับราวเหล็กและใช้เท้าเหยียบ รู้สึกตกใจมากจึงรีบเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันน้องไข่เป็นลูกที่ตนรักไม่แพ้ลูกคนอื่น แม้จะเป็นลูกติดจากสามีเก่าก็ตาม

อยากกินอะไรอยากได้อะไรตนก็หาให้ เขาอยากได้มือถือตนก็ซื้อให้ น้องไข่เป็นเด็กที่ดื้อมาก ชอบขโมยเงินในกระป๋องที่ได้จากการขายพวงมาลัยครั้งละ 300-400 บาท เพื่อไปเล่นเกมส์ ตนเลยอมรับผิดที่ทำลงไปแบบนี้ แต่ก็ขอให้สังคมเห็นใจด้วย ไม่ใช่มองแค่เพียงคลิปที่นำมาเผยแพร่แล้วตัดสินว่าตนเป็นคนโหดร้าย ทั้งๆที่ตนเองก็รักลูกเท่าๆกันทุกคน

เบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาแก่นางดุษฎี 2 ข้อหาคือ 1.ทำร้ายร่างกายโดยไม่เป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ 2. กักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งทั้งสองข้อหามีเพียงแค่ปรับไม่มีโทษจำแต่อย่างใด
www.khaosod.co.th

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

หนังสือเดินทาง‘เยอรมนี’ดีที่สุดในโลก


หนังสือเดินทางเยอรมนียังคงทรงพลังที่สุดในโลก เข้าได้ 176 ประเทศโดยไม่ต้องใช้วีซ่า ส่วนไทยอยู่อันดับ 54
loading...
บริษัทกฎหมาย “เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์” รายงาน “พาสปอร์ต อินเด็กซ์” จัดอันดับหนังสือเดินทางที่เข้าประเทศต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า ประจำปี 2560 พบว่า ผู้ถือหนังสือเดินทางเยอรมนี สามารถเดินทางโดยไม่ต้องใช้วีซ่าได้มากที่สุด 176 ประเทศ ตามมาด้วยสวีเดน ส่วนสหราชอาณาจักร เข้าได้ 173 ประเทศ ครองอันดับ 3 ร่วมกับ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส สเปน สิงคโปร์ นอร์เวย์ โดยระหว่างปี 2556-2558 สหราชอาณาจักรเคยครองตำแหน่งร่วมกับเยอรมนี ก่อนจะตกอันดับในปี 2559

               ประเทศ 20 อันดับแรกล้วนอยู่ในแถบยุโรปตะวันตก ยกเว้นญี่ปุ่น แคนาดา และสหรัฐ ส่วนไทยรั้งอันดับที่ 54  สามารถเข้าถึงได้ 72 ประเทศ เช่นเดียวกับโอมานและบอตสวานา หนังสือเดินทางที่มีอิทธิพลน้อยที่สุดคืออัฟกานิสถาน ประชาชนเข้าได้เพียง 24 ประเทศ ถัดขึ้นมาคือ ปากีสถาน อิรัก ซีเรีย โซมาเลีย

หนังสือเดินทางเปรูไต่อันดับขึ้นมามากที่สุด 15 อันดับ จากที่เคยเข้าได้ 86 ประเทศเมื่อปีก่อน ปีนี้ใช้เดินทางโดยไม่ต้องมีวีซ่าได้ 114 ประเทศ ขณะที่กานาตกลงมา 4 อันดับ อินเดีย ตกลงมา 3 อันดับ


               การเดินทางโดยไม่ต้องใช้วีซ่าเป็นแค่ตัวชี้วัดอำนาจหนังสือเดินทางตัวหนึ่งเท่านั้น เช่น ประชาชนในดินแดนปาเลสไตน์ สามารถใช้หนังสือเดินทางไปได้ 36 ประเทศ แต่การเดินทางเข้าออกดินแดนนี้ถูกอิสราเอลควบคุม จึงเท่ากับว่าการเดินทางของชาวปาเลสไตน์ถูกจำกัดลงไปมาก
www.komchadluek.net

พยาบาลที่มีคนไข้เยอะที่สุด(ชาย) นอกเวลางานหนูขอเซ็กซี่! แชร์สนั่นพยาบาลแซ่บ


แซ่บไปอีกค่ะซิส งานนี้แชร์รูปกันกระจายในโลกโซเชียล เมื่อพยาบาลสุดสวยอวดหุ่นสุดเซ็กซี่นอกเวลางาน เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Carina Linn (คาริน่า ลินน์)
พยาบาลสาวชาวจีน วัย 22 ปี ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเถาหยวน เกาะไต้หวัน...

loading...


Carina Linn


เธอสวยน่ารักในชุดพยาบาล



งานนี้เธอไม่ได้อยู่เงียบๆ ให้คนมาวิพากษ์วิจารณ์เธออย่างเดียวนะจ๊ะ เธอได้มีการโพสต์ข้อความระบายความในใจผ่านอินสตาแกรมบอกว่า ทุกคนไม่ควรมาวิพากษ์วิจารณ์

เธอ เพราะเธอเองเป็นแค่คนธรรมดาไม่ใช่ดาราหรือเน็ตไอดอล เธอก็ทำมาหากินของเธอและทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข  อู้หู ขอปรบมือให้กับนางรัวๆ จ้า.




loading...



สวยแซ่บนอกเวลางาน




 มีของดี



loading...




www.thairath.co.th

"แพท"กรีด ! คบ"เบนซ์"ปีเดียวอย่าหวังจะรู้ทุกเรื่อง


ควงทนายหอบเอกสารชี้แจงเส้นทางการเงิน โต้ในบัญชีเป็นเงินตัวเองล้วน ๆ แต่มีไม่ถึง 30 ล้าน ส่วนรถหรูลัมโบกนี ไม่รู้เรื่อง

loading...
      วันที่ 17 มีนาคม  "แพท" ณปภา ตันตระกูล นางเอกสาว ภรรยานายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช   หรือ เบนซ์ เรสซิ่ง ผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงิน ในคดีที่สืบเนื่องจากการจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา และเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังเข้าให้ปากคำต่อ พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) เกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สินที่ครอบครองร่วมกับสามี


น.ส.ณปภา กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่ๆนักข่าวที่ให้ความสนใจในคดีนี้ จริงๆอยากจะขอความเห็นใจ เวลาเขียนข่าวหรืออะไร เพราะข่าวก็มีผลกระทบหลายๆอย่าง จึงรู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เพราะส่งผลกระทบต่อครอบครัวตนเอง และครอบครัวของสามี ก็อยากจะขอร้องทุกคนว่า หากมีการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับตนเอง ขอให้ไปสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่จะดีกว่า เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้ว

loading...


น.ส.ณปภา กล่าวว่า วันนี้มาในฐานะพยาน ยังไม่ถูกจับกุม หรือถูกส่งตัวไปศาลตามที่เป็นข่าวหรืออะไร เป็นเพียงการเดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียกเท่านั้น

     "วันนี้เจ้าหน้าที่ก็สอบถามในช่วง 2 ปี คือ ปี2559 และปี2560เท่านั้น ส่วนการสอบปากคำอื่นๆนั้น แพทและทนายก็ได้ยื่นเอกสารทางการเงิน ว่าได้มาอย่างไร หรือได้มาจากใครเรียบร้อยแล้ว คือส่วนตัวก็สงสัยว่าเงินจำนวน 30 ล้านมาจากไหน ซึ่งเงินในบัญชีของแพทก็มีไม่ถึงด้วยซ้ำ และเงินทั้งหมดนั้นก็เป็นเงินของแพทเอง ก็ไม่เข้าใจว่าจะต้องชี้แจงทำไม ซึ่งแพทและเบนซ์ เรซซิ่ง ก็รู้จักกันแค่ 1 ปีเท่านั้น ดังนั้นจะคาดหวังให้รู้เรื่องส่วนตัวของกันและกันนั้น คงจะเป็นไปไม่ได้ และในวันนี้แพทก็ทำหน้าที่ทุกอย่างแล้ว ที่เหลือก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ในการรวบรวมเอกสาร และตรวจสอบข้อเท็จจริง" น.ส.ณปภา กล่าว


ด้านทนายส่วนตัวนางเอกสาว กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้ว แพทไม่ได้มีส่วนใดๆเลย เพียงแต่ว่าบุคคลใกล้ชิดต้องคดี จึงจะต้องมาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าหลักฐานที่ให้เจ้าหน้าที่ไปทั้งหมดตอบได้ทุกอย่าง ส่วนเอกสารสรรพากรที่ยื่นให้ไปนั้น ข้อมูลทุกอย่างก็ชัดเจนอยู่แล้ว เรื่องทุกอย่างก็น่าจะจบแล้ว เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับแพทแล้ว และแพทเองก็เป็นบุคคลของประชาชนด้วย


ด้านพ.ต.อ.สมเกียรติ วรรณสิริวิไล รอง ผบก.อก.บช.ปส. กล่าวว่า วันนี้พยานทั้ง 4 รายคือ แพท มารดาของนายเบนซ์ ผู้จัดการร้านแอเรีย51 และลูกจ้างอีก1คน ได้เข้ามาสอบปากคำในฐานนะพยานตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินของนายเบนซ์ เรซซิ่ง และนายบอยหรือนายณัฐพล นาคคำ ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดในเครือข่ายของนายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนั้นได้ให้การชัดเจน มีการนำเอกสารบางส่วนมาชี้แจงถึงที่มาที่ไปของเงินในบัญชีรายได้ก่อนที่แพทจะแต่งงานกับนายเบนซ์      พ.ต.อ.สมเกียรติ กล่าวว่า ส่วนเรื่องรถลัมโบกินี่ ทะเบียน กจ. 51 แพทให้การว่าไม่มีข้อมูลส่วนการสอบผู้จักการร้านและลูกจ้างให้การว่าเส้นทางการเงินที่มีการโอนเข้า-ออกนั้น ก็ดำเนินการตามคำสั่งของนายเบนซ์ เพื่อที่จะนำไปซื้ออะไหล่รถ ซึ่งอะไหล่นั้นก็มีราคาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบสำนวน หากพบว่ามีข้อพิรุธหรือสงสัยในส่วนได้ ก็จะเรียกมาสอบอีกครั้ง

loading...


www.komchadluek.net

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560

รปภ.กตัญญูสุดช็อก! ถูกหวยรวย 6 ล้านดีใจเฮลั่นมีเงินปลูกบ้านใหม่ให้พ่อ (คลิป)


เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีหนุ่มรปภ.หมู่บ้านเอื้ออาทร 2 อาคาร 15 ซอยวัดกู้ ถนนสุขาประชาสรรค์ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โชคดีถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 คู่ งวดประจำวันที่ 16 มี.ค.60 กลายเป็นเศรษฐีใหม่ได้รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท โดยหนุ่มใหญ่รปภ.ผู้โชคดีรายนี้ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.อ.อภิสิทธิ์ นิยมสุข รองสว. (สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด แล้วตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา

loading...


ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่อาคาร 15 หมู่บ้านเอื้ออาทร 2 พบชาวบ้านและเพื่อนๆรปภ.กำลังร่วมแสดงความยินดีกับ นายสมหมาย คำสะท้อน อายุ 40 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 103 หมู่ 14 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งยังไม่หายตื่นเต้นดีใจที่ในความโชคดีได้รับทรัพย์ก้อนโตของตัวเองในวันนี้ พร้อมนำสำเนาถ่ายเอกสารสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 273863 ชุดที่ 39 และชุดที่ 40 จำนวน 1 คู่ มาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดู


นายสมหมาย ผู้โชคดีรายนี้เปิดเผยว่า ตนมีพี่น้องด้วยกัน 5 คน เป็นชาย 3 หญิง 2 ตนเป็นคนสุดท้อง มารดาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ปัจจุบันเหลือแต่บิดาอายุ 80 ปี ยึดอาชีพ รปภ.มานานกว่า 10 ปี ก่อนโชคดีถูกรางวัลที่ 1 เพิ่งไปต่อบัตรประจำตัวประชาชนมาโดยบัตรลงท้ายเลข 63 จึงไปหาซื้อลอตเตอรี่กับแม่ค้าที่ตั้งแผงขายอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อตรงข้ามที่ทำงาน 4 คู่

“ก่อนที่หวยจะออกยังบอกเพื่อนๆป็นทีเล่นทีจริงว่าถ้าถูกรางวัลเดี๋ยวจะเลี้ยง เมื่อผลสลากกินแบ่งออกมาพบว่ามีเลข 63 ห้อยท้ายจึงหยิบขึ้นมาดู ปรากฎว่ามี 1 คู่ตรงกับรางวัลที่ 1 รู้สึกดีใจมากที่ถูกรางวัลใหญ่ เพราะที่ผ่านมาโชคดีที่สุดก็เพียงแค่ถูกเลขท้าย 2 ตัวเท่านั้นเอง


loading...
ปกติผมจะซื้อสลากกินแบ่งงวดละ 4-5 คู่ ไม่คิดว่าจะโชคดีขนาดนี้ ส่วนเงินที่ได้จะนำไปปลูกบ้านใหม่ให้พ่อที่นครพนม ส่วนพี่น้องถ้าใครมีหนี้สินก็จะช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้ และยังจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญที่วัดบ้านเกิด ส่วนอาชีพรปภ. ขอคิดดูก่อนว่าจะทำต่อไปหรือไม่ เพราะอยากจะไปลงทุนค้าขายเล็กๆน้อย” หนุ่มนครพนม ดวงเฮง ระบุ
www.khaosod.co.th


online