loading...

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

จดหมาย ยุโรป โครงไก่ คสช. บทเรียนจากโจโฉ

01:54

เป็น "โครงไก่" ชิ้นล่าสุดสำหรับรัฐบาล

นายสเตฟาน ชมิตซ์ (Stefan Schmitz) เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยกิจการรัฐสภาของ นายแวร์เนอร์ แลนแกน (Werner Langan) ส.ส.รัฐสภายุโรป ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า

จดหมายเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ไปพูดคุยเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น เป็นจดหมายที่ออกโดยนายแลเนิน ประธานคณะวิเทศสัมพันธ์ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน และ ส.ส.เอลมาร์ โบรค (Elmer Brok) ประธานของคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของรัฐสภายุโรป จริง

ไม่ธรรมดา



จดหมายเชิญของนายแลนแกนและนายโบรคส่งถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงวันที่ 7 ต.ค.2558

เนื้อหาส่วนหนึ่งระบุว่า ตั้งแต่มีรัฐประหารเป็นต้นมา สถานการณ์ในไทยค่อนข้างน่าเป็นห่วง ไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจนถึงกลางปี 2560

ขณะที่สภาปฏิรูปก็ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจากการยกร่างของคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดย คสช. เท่ากับต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ช่วงนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีในอันที่จะมีการถกเถียงกันอย่างเปิดกว้างเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญของไทย

นอกจากนี้ การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกปลดจากตำแหน่ง และถูกดำเนินคดีก็เป็นประเด็นที่น่าห่วงด้วยเช่นกัน

สหภาพยุโรปซึ่งยืนหยัดและสนับสนุนคุณค่าที่เป็นประชาธิปไตย จึงขอเชิญ น.ส. ยิ่งลักษณ์ไปร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงบรัสเซลส์หรือเมือง สตราสบูร์ก และในเวลาที่อดีตนายกรัฐมนตรีสะดวก



หลังจดหมายดังกล่าวแพร่หลายออกมา

มีคนจำนวนหนึ่งแสดงความเห็นว่าจดหมายนี้ไม่ใช่ของจริง

โดยตั้งข้อสังเกตว่าจดหมายมีลักษณะไม่เป็นทางการ เนื่องจากมีการจั่วหัวจดหมายเรียกอดีตนายกรัฐมนตรีว่า คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

และการลงชื่อท้ายจดหมายก็ไม่ปรากฏว่ามีการให้รายละเอียดตำแหน่งผู้ลงชื่อทั้งสอง

อีกส่วนหนึ่งระบุว่าถึงจดหมายจะเป็นของจริงแต่ก็ต้องเป็นผลมาจากการวิ่งเต้นอย่างหนัก

บางส่วนแสดงความเห็นว่าจดหมายนี้น่าจะออกในนามส่วนตัวไม่ใช่ในนามของเจ้าหน้าที่แห่งรัฐสภายุโรป

ขณะที่บางฝ่ายเสนอว่าไม่ควรอนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศ

เพราะเกรงจะหลบหนีคดี



ภาระทั้งหมดนี้จึงตกอยู่กับรัฐบาล และ คสช.

รัฐบาลและ คสช. ที่อยู่ในหัวอกอันเดียวกันกับโจโฉเมื่อครั้งกรีธาทัพเข้าไปยึดเมืองฮันต๋ง ด่านหน้าที่จะกรุยทางเข้าโจมตี จ๊กก๊กของเล่าปี่

แต่กลับเผชิญกับสงครามยืดเยื้อติดพัน ในขณะที่รับข่าวว่าง่อก๊กเตรียมจัดทัพจะเข้าตีตลบหลัง

จะทิ้งฮันต๋งหรือก็เสียดาย

เสียดายโอกาสที่จะย่างเท้าเข้าจ๊กก๊กที่ทำได้ไม่ง่าย

จะไม่ทิ้งฮันต๋งก็กังวลใจ

ถ้าติดหล่มในศึกเฉพาะหน้า แต่ว่าหลังบ้านถูกบุกทะลุทะลวง

โอกาสจะพ่ายแพ้สงครามในภาพรวมก็เป็นไปได้สูงยิ่ง

เมื่อแฮหัวตุ้นแม่ทัพคู่ใจเข้ามาขอรหัสผ่านในคืนหนึ่ง ที่หลุดจากปากโจโฉออกมาจึงเป็นคำว่าโครงไก่

โครงไก่ที่เอียวสิ้วปลัดทัพตีความในใจเจ้านายทะลุปรุโปร่งว่า ห่วงหน้าพะวงหลัง

และสั่งทหารให้จัดเก็บสัมภาระเตรียมถอยทัพ จนเกิดเสียงอึกทึกอื้ออึงเข้าหูโจโฉ

ผู้กราดเกรี้ยวยิ่งเมื่อมีคนบังอาจมองทะลุเข้าไปในหัวใจ

เอียวสิ้วจึงสร้างตำนานเป็นผู้คอขาดเพราะโครงไก่



พักเรื่องชะตากรรมของเอียวสิ้วเอาไว้

เพ่งไปที่เหตุการณ์ต่อมาของโจโฉ ผู้เกิดขัตติยะมานะยกทัพเข้าต่อรบเล่าปี่ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว

ผลคือต้องล่าถอยจากฮันต๋งอย่างทุลักทุเล เพราะสถานการณ์ "โครงไก่"

จดหมายของรัฐสภายุโรปสำหรับรัฐบาลและ คสช. จึงเป็นอุปมาเดียวกันกับโครงไก่ของโจโฉ

น่าสนใจว่าประวัติศาสตร์จะสามารถให้ บทเรียนในเรื่องที่คล้ายคลึงกันหรือไม่

น่าสนใจว่าบทเรียนนี้จะช่วยมิให้ซ้ำรอยโจโฉอย่างไร
ที่มา   http://www.matichon.co.th/

online