เป็น "โครงไก่" ชิ้นล่าสุดสำหรับรัฐบาลนายสเตฟาน ชมิตซ์ (Stefan Schmitz) เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยกิจการรัฐสภาของ นายแวร์เนอร์ แลนแกน (Werner Langan) ส.ส.รัฐสภายุโรป ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า
จดหมายเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ไปพูดคุยเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น เป็นจดหมายที่ออกโดยนายแลเนิน ประธานคณะวิเทศสัมพันธ์ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน และ ส.ส.เอลมาร์ โบรค (Elmer Brok) ประธานของคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของรัฐสภายุโรป จริง
ไม่ธรรมดา
จดหมายเชิญของนายแลนแกนและนายโบรคส่งถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงวันที่ 7 ต.ค.2558
เนื้อหาส่วนหนึ่งระบุว่า ตั้งแต่มีรัฐประหารเป็นต้นมา สถานการณ์ในไทยค่อนข้างน่าเป็นห่วง ไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจนถึงกลางปี 2560
ขณะที่สภาปฏิรูปก็ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจากการยกร่างของคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดย คสช. เท่ากับต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ช่วงนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีในอันที่จะมีการถกเถียงกันอย่างเปิดกว้างเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญของไทย
นอกจากนี้ การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกปลดจากตำแหน่ง และถูกดำเนินคดีก็เป็นประเด็นที่น่าห่วงด้วยเช่นกัน
สหภาพยุโรปซึ่งยืนหยัดและสนับสนุนคุณค่าที่เป็นประชาธิปไตย จึงขอเชิญ น.ส. ยิ่งลักษณ์ไปร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงบรัสเซลส์หรือเมือง สตราสบูร์ก และในเวลาที่อดีตนายกรัฐมนตรีสะดวก
หลังจดหมายดังกล่าวแพร่หลายออกมา
มีคนจำนวนหนึ่งแสดงความเห็นว่าจดหมายนี้ไม่ใช่ของจริง
โดยตั้งข้อสังเกตว่าจดหมายมีลักษณะไม่เป็นทางการ เนื่องจากมีการจั่วหัวจดหมายเรียกอดีตนายกรัฐมนตรีว่า คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
และการลงชื่อท้ายจดหมายก็ไม่ปรากฏว่ามีการให้รายละเอียดตำแหน่งผู้ลงชื่อทั้งสอง
อีกส่วนหนึ่งระบุว่าถึงจดหมายจะเป็นของจริงแต่ก็ต้องเป็นผลมาจากการวิ่งเต้นอย่างหนัก
บางส่วนแสดงความเห็นว่าจดหมายนี้น่าจะออกในนามส่วนตัวไม่ใช่ในนามของเจ้าหน้าที่แห่งรัฐสภายุโรป
ขณะที่บางฝ่ายเสนอว่าไม่ควรอนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศ
เพราะเกรงจะหลบหนีคดี
ภาระทั้งหมดนี้จึงตกอยู่กับรัฐบาล และ คสช.
รัฐบาลและ คสช. ที่อยู่ในหัวอกอันเดียวกันกับโจโฉเมื่อครั้งกรีธาทัพเข้าไปยึดเมืองฮันต๋ง ด่านหน้าที่จะกรุยทางเข้าโจมตี จ๊กก๊กของเล่าปี่
แต่กลับเผชิญกับสงครามยืดเยื้อติดพัน ในขณะที่รับข่าวว่าง่อก๊กเตรียมจัดทัพจะเข้าตีตลบหลัง
จะทิ้งฮันต๋งหรือก็เสียดาย
เสียดายโอกาสที่จะย่างเท้าเข้าจ๊กก๊กที่ทำได้ไม่ง่าย
จะไม่ทิ้งฮันต๋งก็กังวลใจ
ถ้าติดหล่มในศึกเฉพาะหน้า แต่ว่าหลังบ้านถูกบุกทะลุทะลวง
โอกาสจะพ่ายแพ้สงครามในภาพรวมก็เป็นไปได้สูงยิ่ง
เมื่อแฮหัวตุ้นแม่ทัพคู่ใจเข้ามาขอรหัสผ่านในคืนหนึ่ง ที่หลุดจากปากโจโฉออกมาจึงเป็นคำว่าโครงไก่
โครงไก่ที่เอียวสิ้วปลัดทัพตีความในใจเจ้านายทะลุปรุโปร่งว่า ห่วงหน้าพะวงหลัง
และสั่งทหารให้จัดเก็บสัมภาระเตรียมถอยทัพ จนเกิดเสียงอึกทึกอื้ออึงเข้าหูโจโฉ
ผู้กราดเกรี้ยวยิ่งเมื่อมีคนบังอาจมองทะลุเข้าไปในหัวใจ
เอียวสิ้วจึงสร้างตำนานเป็นผู้คอขาดเพราะโครงไก่
พักเรื่องชะตากรรมของเอียวสิ้วเอาไว้
เพ่งไปที่เหตุการณ์ต่อมาของโจโฉ ผู้เกิดขัตติยะมานะยกทัพเข้าต่อรบเล่าปี่ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว
ผลคือต้องล่าถอยจากฮันต๋งอย่างทุลักทุเล เพราะสถานการณ์ "โครงไก่"
จดหมายของรัฐสภายุโรปสำหรับรัฐบาลและ คสช. จึงเป็นอุปมาเดียวกันกับโครงไก่ของโจโฉ
น่าสนใจว่าประวัติศาสตร์จะสามารถให้ บทเรียนในเรื่องที่คล้ายคลึงกันหรือไม่
น่าสนใจว่าบทเรียนนี้จะช่วยมิให้ซ้ำรอยโจโฉอย่างไร
ที่มา http://www.matichon.co.th/




By — Unknown
01:54