วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560
วันเสาร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2560
ผ่าน 5 วัน ยอดตายสงกรานต์ 283 ราย บาดเจ็บทะลุ 3 พันคน พบ "เมาแล้วขับ" สาเหตุหลัก รถจักรยานยนต์ ยานพาหนะอุบัติสูงสุด

พล.ต.ต.สมชาย กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับรถเร็ว 22 ราย เมาแล้วขับ 13 ราย และตัดหน้ากระชั้นชิด 13 ราย ประเภทรถที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 32 ราย แบ่งเป็นไม่สวมหมวกนิรภัย 14 ราย รองลงมาได้แก่ รถปิกอัพ 8 ราย แบ่งเป็นไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 2 ราย รถเก๋ง 6 ราย สถานะของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่ 33 ราย ผู้โดยสาร 15 ราย คนเดินถนน 3 ราย และยังไม่สามารถระบุได้ 2 ราย มีผู้บาดเจ็บ 634 คน
สำหรับการวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุของวันที่ 15 เมษายน 2560 พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 44.83 ขับรถเร็ว ร้อยละ 24.83 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.95 รถปิกอัพ ร้อยละ 7.13 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 61.83 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 35.67

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,041 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,125 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 856,898 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 149,758 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 43,783 ราย ไม่มีใบขับขี่ 38,540 ราย จัดตั้งด่านชุมชน 21,708 ด่าน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 170,752 คน ส่วนข้อมูลการเดินทางโดยการใช้รถขนส่งสาธารณะ ณ วันที่ 15 เมษายน 2560 รวมจำนวน 8,250,687 คน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ.2559 ร้อยละ 2.80 อย่างไรก็ตาม มีผู้บาดเจ็บระหว่างวันที่ 11 – 14 เมษายน 2560 เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 13 ราย
"สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 5 วัน ระหว่างวันที่ 11 - 15 เม.ย.2560 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,985 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 283 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,087 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 9 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ นราธิวาส บึงกาฬ พังงา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา สมุทรสงคราม และอำนาจเจริญ จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 5 วัน ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 140 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 17 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 145 คน"พล.ต.ต.สมชาย กล่าว
พล.ต.ต.สมชาย กล่าวด้วยว่า คาดว่าวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางกลับทำให้การจราจรในบางเส้นทางเริ่มมีปริมาณรถหนาแน่น ประกอบกับความอ่อนล้าจากการขับรถเดินทางไกลและเล่นน้ำสงกรานต์ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้กำชับให้จังหวัดดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อคุมเข้มการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และสภาพรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย รวมถึงพิจารณาปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยปรับย้ายจุดตรวจ จุดบริการ จุดอำนวยความสะดวกบนเส้นทางสายต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และช่วงเวลาในการเดินทาง เน้นการเรียกตรวจ เพื่อประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่
"จะเน้นพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและบริหารจัดการจราจรให้มีความคล่องตัว โดยเปิดช่องทางพิเศษ พร้อมประชาสัมพันธ์เส้นทางลัด และเส้นทางเลี่ยง เพื่อลดการแออัดของปริมาณรถบนเส้นทางสายหลัก นอกจากนี้ ให้จังหวัดร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดเตรียมพร้อมระบบขนส่งสาธารณะให้มีความปลอดภัยและเพียงพอต่อการให้บริการประชาชน รวมถึงเข้มงวดการตรวจสอบความพร้อมและตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถโดยสารและพนักงานประจำรถโดยสาร เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุใหญ่"พล.ต.ต.สมชาย กล่าว
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวว่า แม้ในวันนี้ประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางกลับ แต่บางส่วนยังเดินทางอยู่ในพื้นที่ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้เน้นย้ำให้จังหวัดบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่เข้มข้นการดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง เน้นการแก้ไขปัญหาในมิติเชิงพื้นที่ กำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ ด่านชุมชน และจุดบริการเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ พร้อมสนธิกำลังทุกภาคส่วนดูแลเส้นทางสายรอง เส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่เส้นทางสายหลัก และจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ อาทิ ทางแยก ทางร่วมที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร นอกจากนี้ ให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มจุดแวะพัก จุดบริการประชาชนในเส้นทางสายหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการด้านต่างๆ แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน
"จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงการเดินทางกลับ มักพบว่า มีสาเหตุจากการขับรถเร็ว และขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด รวมถึงการแซงบนริมไหล่ทาง ศปถ.จึงได้ประสานจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจรและตั้งกรวยในเส้นทางเชื่อมต่อที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น เพื่อชะลอความเร็วของรถและป้องกันการแซงในระยะกระชั้นชิด พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการเรียกตรวจ เพื่อให้ผู้ขับขี่เกิดความตื่นตัว และป้องกันการหลับในที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงกวดขันการจอดรถริมทาง และร้านค้าที่วางสิ่งของล้ำช่องทางจราจร เพื่ออำนวยการจราจรให้มีความคล่องตัวมากขึ้น"นายฉัตรชัย กล่าว
www.komchadluek.net
16 เม.ย. พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 ...
พิทบูลขย้ำเหวอะ! เย็บ 70 เข็มต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้ม แถมเจ้าของไล่ไปฟ้องศาล

ถ้าไม่มีคนมาช่วยป่านนี้หนูคงไม่มีแม่ หลังเกิดเหตุมีคนคนเข้ามาเห็นเหตุการณ์แล้วพาแม่ส่งโรงพยาบาลซึ่งลูกชายของเจ้าของหมาก็ตามไปด้วยค่ะแต่ไม่ได้ช่วยอะไรสักอย่างจนกระทั่งแม่ออกจากร.พ.ค่ะ ก็ได้เรียกเจ้าของหมามาคุยกันว่าจะช่วยเหลือยังไง จะให้ค่าทำขวัญเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าของหมาไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้บอกให้เราไปฟ้องเอาจะไปคุยกันในศาลจะรอหมายศาลมาบ้าน ซึ่งที่บ้านหนูค่อนข้างมีฐานะยากจนหนูมีแม่เพียงแค่คนเดียวค่ะไม่มีพ่อ”
ผู้สื่อข่าวจึงตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่านางศรีนวล อายุ 42 ปีบ้านอยู่ ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ถูกสุนัขพันธุ์พิทบูลรุมกัดได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยนางศรีนวล เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เดินออกจากบ้านเพื่อจะไปงานบวชลูกชาย แต่ขณะเดินผ่านบ้านตรงข้ามที่เลี้ยงสุนัขไว้ 3 ตัว ได้วิ่งออกจากบ้านที่เจ้าของเปิดแง้มประตูบ้านทิ้งไว้ มากระโดดรุมกัดปากจนล้มลุกคุกคลาน มีแผลปากฉีก เนื้อหลุด เลือดไหลออกจากปากตลอด แก้ม แขน และรอบศีรษะ นอกจากนี้ข้อศอกและนิ้วโป้งซ้าย นอกจากนี้ถูกกัดบริเวณท้ายทอยบริเวณลำคอและมือ ได้รับบาดเจ็บมีเลือดไหลออกเป็นจำนวนมาก

“ทุกวันนี้ยังต้องเดินทางไปล้างแผล รักษาตัวที่ร.พ.ศูนย์ลำปาง และ ร.พ.เกาะคาอย่างต่อเนื่อง เพราะแผลยังไม่หาย ต้องลาป่วย หยุดงาน และขาดรายได้ ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.จนถึงทุกวันนี้ อาหารก็ทานได้แต่น้ำข้าวต้มเท่านั้น เพราะบริเวณปากมีแผลฉีกขาดจนปากห้อย รวมทั้งศีรษะ แขนขวา ข้อศอก นิ้วโป้งซ้าย หมอก็ทำการเย็บแผลให้ โดยมีลูกสาวคอยดูแลอาการตลอดเวลา” นางศรีนวลกล่าว
ด้านเจ้าของสุนัขพันธุ์พิทบูล เปิดเผยว่า เหตุที่ตนต้องเลี้ยงสุนัขไว้เฝ้าบ้าน เพราะในบ้านมีทรัพย์สินจำนวนมาก และสุนัขของตนที่เลี้ยงไว้ไม่ได้ดุร้ายอย่างที่คิด
ขณะที่ชาวบ้านในย่านนั้นกล่าวว่า กลัวสุนัขหลุดออกมานอกบ้านไล่กัดคนที่เดินทางผ่านไปมา ทำร้ายกัดเด็กหรือคนชราหรือสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เพราะที่ผ่านมามีชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงผ่านไปมาบริเวณบ้านหลังนั้น ถูกสุนัขออกมาไล่รุมกัดหลายรายแล้ว
www.khaosod.co.th
loading... เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกโซเชียลสังคมออนไลน์ Lampang city มีเรื่องร้องทุกข์ ระบุว่า “เมื่อวันเสาร์...
"(ภาพชุด) สงกรานต์ถนนสีลม วันสุดท้าย"
"ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต่างเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนสีลมอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2560"

"ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต่างเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนสีลมอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2560" ...
สงกรานต์ตายพุ่ง167ศพเซ่นเมาขับ

เมื่อวันที่ 14 เม.ย.60 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนปี 2560 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เม.ย.60 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ช่วง 7 วันอันตราย และเป็นวันแรกของเทศกาลสงกรานต์ว่า เกิดอุบัติเหตุ 748 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 79 ราย บาดเจ็บ 752 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ 402 ครั้ง หรือร้อยละ 48.80 ขับรถเร็ว 240 ครั้ง ร้อยละ 27.54 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 668 คัน ร้อยละ 86.53 รถปิกอัพ 54 คัน ร้อยละ 6.99 แยกเป็น รถส่วนบุคคลร้อยละ 90.28 รถโดยสารสาธารณะ ร้อยละ 6.87 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 62.97 บนถนนใน อบต.หมู่บ้าน ร้อยละ 35.70 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.63 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ช่วงเวลา 16.01- 20.00 น. ร้อยละ 32.89 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 18.17
จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และอุดรธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สกลนคร และกรุงเทพมหานคร 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 37 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 3 วัน (11-13 เม.ย.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,743 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 167 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,795 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 16 จังหวัด ขณะที่จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 3 วันมี 1 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 83 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 9 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 86 คน
นางกอบกาญจน์กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่าสาเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว โดยรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ขณะที่ถนนสายรองและเส้นทางในชุมชนหมู่บ้านเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าถนนสายหลัก ประกอบกับวันนี้เข้าสู่วันที่ 2 ของช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงจุดหมายและท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับมาตรการและวางแผนจัดตั้งจุดตรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ เน้นการเรียกตรวจผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็ว พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบนเส้นทางสายรอง รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานของด่านชุมชน จุดตรวจและจุดสกัด โดยจัดชุดปฏิบัติการประจำตำบลตระเวนสอดส่องและเฝ้าระวังบริเวณสถานที่จัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ เข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ทั้งด้านสถานที่ ระยะเวลา และช่วงอายุของผู้ซื้อ
นอกจากนี้ ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยในพื้นที่โซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์และพื้นที่จัดงานของภาคเอกชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจัดงานมิดไนต์สงกรานต์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อลดความสูญเสียและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้วาระ ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand)
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วัน พบว่า รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ร้อยละ 67.92 มีสาเหตุจากการขับรถเร็ว ร้อยละ 40.38 ทำให้ดัชนีความรุนแรงของอุบัติเหตุสูง ส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ คิดเป็นร้อยละ 59.75 ประกอบกับในวันนี้การจราจรบนถนนสายหลักจะมีปริมาณรถน้อย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ความเร็วได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง
“อยากให้ประชาชนจดจำคาถาข่มดวงที่เคยบอกประชาชนไว้ก่อนหน้านี้ หากสามารถทำตามคาถาข่มดวงที่ให้ไว้ได้ ก็จะทำให้รอดพ้นจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน คือการคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งคนขับคนนั่ง การสวมหมวกนิรภัย สำหรับประชาชนที่เดินทางไกลด้วยมอเตอร์ไซค์ การดื่มไม่ขับ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ประสิทธิภาพการขับขี่ลดลง และจะทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างง่ายดายได้ การหลีกเลี่ยงการใช้บริการของวัดก่อนวัยอันควร หมายถึง ถ้าเราขับขี่ดี สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย เราก็จะหลีกเลี่ยงการใช้บริการของวัดก่อนวัยอันควรได้ ข้อสุดท้าย หากง่วงก็จะต้องไม่ฝืนขับรถ ซึ่งหากเราสามารถทำตามทุกข้อนี้ได้ เราก็จะปลอดภัยในทุกช่วงเทศกาลอย่างแน่นอน” เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าว
ร.อ.นพ.อัจฉริยะกล่าวถึงการดำเนินงานตามสิทธิ UCEP ว่า ผู้ที่จะใช้สิทธิ UCEP ได้นั้น ต้องเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติจาก 3 กองทุนคือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, กองทุนประกันสังคม, กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้และเป็นโรงพยาบาลเอกชนนอกคู่สัญญากับกองทุนที่ผู้ป่วยมีสิทธิ์ ผู้ที่จะใช้สิทธินี้ได้ต้องเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ตามหลักเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินที่ กพฉ.ประกาศกำหนด และรายละเอียดเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ที่ สพฉ.กำหนดกรณีกลุ่มอาการฉุกเฉินวิกฤติ คือ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด แบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด หรือมีอาการอื่นร่วม ที่มีผลต่อการหายใจระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
อาการทั้งหมดนี้ อยากให้ประชาชนจำให้แม่น อยากย้ำกับประชาชนในทุกๆ เทศกาล หากประชาชนพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติตาม 6 อาการ ให้รีบโทร.สายด่วน 1669 เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลที่เหมาะสมทันที ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดยังมีความไม่เข้าใจในการดำเนินการตามนโยบาย UCEP นี้ ก็สามารถโทร.เข้ามาสอบถามได้ที่เบอร์ 0-2 872-1669 หรืออีเมล ucepcenter@niems.go.th เราพร้อมในการให้บริการกับประชาชนตลอด 24 ชั่วโมงไม่เว้นวันหยุดราชการ
ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยปฏิบัติ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพ ฯลฯ ปรับวิธีการรวบรวมและรายงานข้อมูลการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์และเทศกาลอื่นๆ แก่สาธารณชน โดยให้เน้นลงรายละเอียดให้ครบถ้วน จัดทำแบบฟอร์มสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเปรียบเทียบกับสิ่งที่กฎหมายห้ามไว้ ไม่เน้นรายงานจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในปีนี้เทียบกับปีก่อน เพราะไม่มีผลต่อการป้องกันแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ต้องบอกให้ประชาชนรู้ถึงต้นเหตุของอุบัติเหตุแต่ละครั้งว่าเกิดจากอะไร เช่น เมื่อรถโดยสารสาธารณะประสบอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร คาดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ รถยนต์ส่วนบุคคล มีการคาดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บนั่งด้านหน้าหรือด้านหลัง ส่วนรถกระบะ มีการคาดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บนั่งด้านหน้า บริเวณแค็บหรือท้ายกระบะ เป็นต้น รวมทั้งบอกด้วยว่า เกิดจากสาเหตุเมาแล้วขับกี่ครั้ง ขับรถเร็วกี่ครั้ง ไม่สวมหมวกหรือเข็มขัดนิรภัยกี่ครั้ง โดยขอความร่วมมือไปยังมูลนิธิ องค์กร สถาบันการศึกษา และสำนักวิจัยต่าง ๆ ให้ร่วมกันรณรงค์ในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย
พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกใหม่ให้แก่ประชาชนว่า ควรจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับขี่รถอย่างไรเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ไม่ใช่ให้ทราบเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง เพราะเหตุการณ์ในวันนี้เกิดขึ้นไม่แตกต่างจากสิบปีก่อนที่มีแต่คนบาดเจ็บล้มตายวนเวียนอยู่เช่นเดิม และประเทศไทยยังติดอันดับ 2 ของโลกที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด หากเราไม่ช่วยกันแก้ไขก็ยากที่จะสำเร็จ นายกฯ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองที่ประจำอยู่ที่จุดตรวจต่างๆ ทั่วประเทศ หมั่นสำรวจตรวจสอบทั้งรถ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดอันตราย โดยต้องให้คำแนะนำตักเตือนเพื่อป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ จากข้อมูลในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.60 ผ่านไป 2 วัน พบว่า การเมาแล้วขับ เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด รองลงมาคือขับรถเร็ว โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบด้วยว่าผู้ขับขี่ยังฝ่าฝืนไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นจำนวนมาก
นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ สมอ.จึงบังคับใช้กฎหมายควบคุมผู้ผลิตและผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์หมวกนิรภัย ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) มอก.369-2557 ให้เข้มข้นขึ้น โดยผลิตภัณฑ์จะต้องผลิตและนำเข้าเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 3 แบบ ได้แก่ แบบเต็มใบปิดหน้า แบบเต็มใบเปิดหน้า และแบบครึ่งใบ ซึ่งแต่ละแบบจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป แต่คุณสมบัติเบื้องต้นคือป้องกันศีรษะส่วนบนของผู้สวมใส่จากการกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และลดความรุนแรงที่จะส่งผ่านไปทำลายสมองของผู้สวมใส่ได้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สมอ.จึงขอเชิญชวนให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ สวมใส่หมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง ข้อสังเกตในการเลือกใช้หมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานต้องมีเครื่องหมายบอก.
www.thaipost.net
สงกรานต์วันที่สามเสียชีวิตพุ่ง 167 ศพ สาเหตุเมาแล้วขับ โคราชแชมป์คนตาย ชัยภูมิหนึ่งเดียวจังหวัดไร้คนเจ็บ รมว.ท่องเที่ยวฯ กำชับเจ้าหน้าที...
วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560
กำนัน-ผญบ.ฮือต้านหั่นวาระเหลือ5ปี อ้างไม่มีรัฐบาลชุดไหนทำ

นายยงยศกล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องการประเมินผลงานผู้ใหญ่บ้านทุก 3ปีนั้น ความจริงกรมการปกครองมีการประเมินผลงานของผู้ใหญ่บ้านทุก 4ปีอยู่แล้ว และยังมีมาตรา 14 (6)พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 คอยควบคุมการทำงานของผู้ใหญ่บ้าน สามารถเข้าชื่อลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ง่ายอยู่แล้ว ขอให้ไม่ต้องกังวล ยืนยันจะคัดค้านเรื่องดังกล่าวถึงที่สุด แต่คงไม่ถึงเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ เพราะผิดวินัย เนื่องจากกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่จะหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เบื้องต้นอาจจะไปรวมตัวกันที่ศาลากลางแต่ละจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดคัดค้านต่อไป ขณะนี้มีสมาชิกสปท.หลายคนติดต่อมาทางสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแสดงความไม่เห็นด้วยกับการลดวาระการดำรงตำแหน่งของกำนันและประเมินผลการทำงานของผู้ใหญ่บ้านทุก 3ปี.
www.thaipost.net
10 เมษายน 2560 - ที่รัฐสภา นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธานสภาขับเคลื่...
วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560
กองแก้ว บัวเพ็ง ค้นพบความสุขเมื่อพ้นอุปสรรค

เรื่อง : กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ผู้หญิงอารมณ์ดีแห่งบ้านสีส้ม ต๋อง - กองแก้ว บัวเพ็ง วัย 52 ปี เจ้าของโรงแรมสุดน่ารัก เมซง เดอ สุโขทัย ได้เล่าเรื่องราวในวัยหลังอายุ 40 ที่แสนวิเศษว่า 40 ไม่ใช่วัยที่ผู้หญิงจะรู้สึกแก่แต่กลับเป็นวัยที่เธอรู้สึกพร้อมทั้งในแง่ความคิดอ่าน ค้นพบตัวตน และสนุกกับชีวิตที่สุด
“ก่อนจะเข้าเลขสี่ไม่กี่ปีชีวิตเจอเรื่องราวเยอะมากทั้งเรื่องบ้าน งานใหม่ ครอบครัว สุขภาพ ทุกอย่างเหมือนมันประดังเข้ามาให้เราคิด ทบทวน และแก้ไขจนกระทั่งในวัย 41 จึงเป็นวัยที่ผ่านทุกอย่างมา มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และแข็งแรงพอให้อยู่อย่างมีความสุข”

“เราเคยเปิดนิตยสารบ้านแล้วคิดว่าบ้านของตัวเองจะมีโอกาสไปลงแบบนั้นไหม แต่วันหนึ่งมันเกิดขึ้นจริง บ้านสีส้มที่เราอยู่ไปปรากฎในหนังสือที่เราอ่านจริงๆ หรืออย่างโรงแรม (เมซง เดอ สุโขทัย) ที่สามารถเลี้ยงเราได้และเรายังมีความสุขกับมันได้ แค่นี้พอ เราไม่ต้องการมีชื่อเสียงโด่งดังจนต้องเปลี่ยนตัวเองหรืออะไร เพราะตอนนี้ก็มีความสุขแล้ว ชีวิตได้เดินมาสุดทางแม้ว่าจะมีเงินไม่มากเหมือนชีวิตการงานที่กรุงเทพฯ แต่เราได้วิถีชีวิตที่มีความสุขกลับมา”

“คนเราควรมีเป้าหมายในชีวิต อย่างตอนนี้ต๋องอยากเขียนหนังสือก็สมัครเรียนออนไลน์เรื่องการเขียน และเมื่อทำได้แล้วจะเขียนหนังสือแค่หนึ่งเล่มหรือเท่าที่ตัวเองอยากทำแล้วหยุด เราจะทำเท่าที่ใจอยากและไม่คิดไปไกลให้เป็นกังวล ต๋องคิดว่าการใช้ชีวิตเป็นเรื่องเรียบง่ายมากคือ การมีความสุขกับชีวิตในขณะนั้นและทำให้มันดีเท่าที่จะทำได้ แค่นี้ก็พอแล้ว” เธอกล่าวทิ้งท้าย
40plus.posttoday.com
มีผู้หญิงสักกี่คนที่คิดว่า ช่วงวัย 40 คือ ช่วงชีวิตที่เธอสวยและมีความสุขที่สุด loading... เรื่อง : กาญจนา อายุวัฒน์ธนช...
วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560
ศาลสั่งสอบใหม่ คดีปู “ละเมิด”จำนำข้าว

แม้ว่าต่อมาศาลชั้นต้นจะได้พิพากษายกฟ้องนายจิรชัยฯ โดยไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องก็ตาม บัดนี้ ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเสีย แล้วให้ศาลดำเนินกระบวนการพิจารณาใหม่ และไต่สวนมูลฟ้องคดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องนายจิรชัยฯ เป็นจำเลย แล้วมีคำพิพากษาต่อไป
นายนพดล หลาวทอง ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ฯ แถลงเพิ่มเติมว่า ศาลอุทธรณ์ได้ให้ความเป็นธรรมต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ฯ และผลของคำพิพากษานี้จะได้แถลงส่งให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ซึ่งหากการไต่สวนมีมูล ว่านายจิรชัยฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็แสดงว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ฯ ถูกกลั่นแกล้งให้ต้องรับผิดโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ฯ ก็ได้ยืนยันเรื่องนี้ตลอดมาว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนา ซึ่งเป็นเกษตรกรหลักอันสำคัญของประเทศ และนางสาวยิ่งลักษณ์ฯ ได้ดำเนินการต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาลขณะนั้น โดยถูกต้องตลอดมา
www.springnews.co.th
ศาลอุทธรณ์ สั่งยก คำพิพากษาศาลชั้นต้น คดี จิรชัย มูลทองโรย. ผิด 157 เหตุเพราะไม่มีการไต่สวนมูลฟ้อง ให้เริ่มต้นพิจารณาคดีใหม่ ทนาย ยิ่งลั...
กุ๊กกิ๊กอินเตอร์ : เหตุผลที่น้องหมาดีกว่าคน


๐ พวกมันรู้ว่าต้องขยับตัว


๐ พวกมันสนุกอยู่เสมอ

๐ พวกมันซื่อสัตย์


๐ พวกมันรักอย่างไม่มีเงื่อนไข

www.siamrath.co.th
สัปดาห์นี้เรามาเปลี่ยนโหมดร้อนๆ ของอากาศเมืองไทยที่เข้าขั้นวิกฤติ มาผ่อนคลายด้วยอะไรเบาๆ น่ารักๆ อย่างเรื่องของเจ้าสี่ขาเพื่อนยากกันบ้า...
อะไรทำให้คลิปนี้มีคนดูมากภายในไม่กี่วัน เชิญหาคำตอบด้วยตัวท่านเอง Thaksin

www.youtube.com
loading... www.youtube.com
วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560
เปิดตัว 20 มหาเศรษฐีไทยปี 60 เสี่ยเจริญ รั้งแชมป์ รวยกว่า 5 แสนล.บาท

ในขณะเจ้าของ จิ้งจอกสยาม เสี่ยวิชัย จากคิงพาวเวอร์ ครองอันดับ 3 ด้วยจำนวนทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลลาร์ ด้านแชมป์เศรษฐีหุ้นอย่าง นพ. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ รั้งอันดับ 8 จำนวนทรัพย์สิน 2,800 ล้านดอลลาร์ อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร ยังติดอันดับ 10 ด้วยจำนวนทรัพย์สิน 1,700 ล้านดอลลาร์
ทำเนียบมหาเศรษฐีไทยจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ ประจำปี 2017
1.เจริญ สิริวัฒนภักดี (เบียร์ช้าง) ทรัพย์สิน 15,800 ล้านดอลลาร์ อันดับ 62 ของโลก
2.ธนินท์ เจียรวนนท์ (ซีพี/ธุรกิจหลากหลาย) ทรัพย์สิน 9,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ 132 ของโลก
3.วิชัย ศรีวัฒนประภา (คิง เพาเวอร์) ทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลลาร์ อันดับ 414 ของโลก
4.วาณิช ไชยวรรณ (ไทยประกันชีวิต) ทรัพย์สิน 3,900 ล้านดอลลาร์ อันดับ 460 ของโลก
5.สุเมธ เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) ทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์ อันดับ 564 ของโลก
6.จรัญ เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) ทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์ อันดับ 581 ของโลก
7.มนตรี เจียรวนนท์ (ธุรกิจหลากหลาย) ทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์ อันดับ 581 ของโลก
8.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (ธุรกิจโรงพยาบาล) ทรัพย์สิน 2,800 ล้านดอลลาร์ อันดับ 717 ของโลก
9.กฤตย์ รัตนรักษ์ (ช่อง 7) ทรัพย์สิน 2,300 ล้านดอลลาร์ อันดับ 896 ของโลก
10.ทักษิณ ชินวัตร (นักลงทุน) ทรัพย์สิน 1,700 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,234 ของโลก
12.วิลเลียม ไฮเน็ค โรงแรม) ทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,376 ของโลก
13.วิชัย ทองแตง (นักลงทุน) ทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,376 ของโลก
14.คีรี กาญจนพาสน์ (บีทีเอส) ทรัพย์สิน 1,400 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,468 ของโลก
15.ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ (พฤกษาเรียลเอสเตท) ทรัพย์สิน 1,300 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,567 ของโลก
16.สมโภชน์ อาหุนัย (ธุรกิจพลังงาน) ทรัพย์สิน 1,200 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,678 ของโลก
17.ฤทธิ์ ธีระโกเมน (ธุรกิจร้านอาหาร) ทรัพย์สิน 1,200 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,678 ของโลก
18.ฮารัลด์ ลิงค์ (ธุรกิจหลากหลาย) ทรัพย์สิน 1,100 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,795 ของโลก
19.ประยุทธ มหากิจศิริ (เนสกาแฟ, ขนส่ง) ทรัพย์สิน 1,100 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,795 ของโลก
20.สุรินทร์ อุปพัทธกุล (โทรคมนาคม, ลอตเตอรี่, ประกันภัย) ทรัพย์สิน 1,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 1,940 ของโลก
สำหรับบุคคลผู้ร่ำรวยที่สุดของโลกประจำปี 2017 ของนิตยสารฟอร์บส์ คือ บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ มีทรัพย์สิน 86,000 ล้านดอลลาร์ ครองตำแหน่งนี้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน อันดับสองเป็นของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซีอีโอเบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ อิงก์ มีทรัพย์สิน 75,600 ล้านดอลลาร์
นิตยสารดัง ฟอร์บส์ จัดอันดับมหาเศรษฐีไทยในปี 2017 หรือ พ.ศ. 2560 เสี่ยเจริญ เจ้าของเบียร์ช้างครองแชมป์ด้วย ทรัพย์สินสูงถึงกว่า 1.5 หมื่...
วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 เมษายน 2560
loading... loading... news.sanook.com
วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560
หวยไทยรัฐ งวด 1/4/60

หวยไทยรัฐ เป็นหวยยอดนิยม ที่คอหวยติดตามกันมาทุกงวด บางงวด ก็เข้า 3 ตัวกันเลยที่เดียว ในงวดนี้เรานำเลขเด็ดหวยไทยรัฐ มาให้รับชมกันแล้วครับ พี่...
วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560
หวยบ้านเมือง งวด1/4/60

luangporpakdang.com
เลขเด็ดมหาทักษา917 loading... หวยบ้านเมือง งวดนี้มาแล้วจ้า รับชมกันได้เลย ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลครับ luangporpakdang.com
วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560
งดงานรื่นเริงสงกรานต์ ถ.ข้าวสาร

25 มี.ค. 60 - นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารได้ทำหนังสือมาถึงสำนักงานเขตพระนคร เรื่องแนวทางการจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่ในพื้นที่ ที่สำนักงานเขตพระนครได้ชี้แจงไปว่า การจัดงานสงกรานต์ที่บริเวณถนนข้าวสารในปีนี้ สำนักงานเขตพระนครขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้จัดตามประเพณีไทยและเล่นน้ำตามความเหมาะสม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการถวายความอาลัย โดยจะขอให้มีการงดเวทีการประกวด งดการละเล่น งดการแสดงดนตรีทุกชนิด โดยขอให้เป็นการเล่นน้ำธรรมดาเท่านั้น รวมถึงมีการจัดทำบุญตักบาตรสรงน้ำพระ เป็นแนวทางตามประเพณีไทย ซึ่งทางผู้ประกอบการถนนข้าวสารก็เข้าใจและให้ความร่วมมือ โดยทางกทม.จะมีการจัดกิจกรรมเน้นวิถีไทยทำบุญตักบาตรที่สวนสันติไชยปราการ ส่วนพิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานบนมณฑปบริเวณท้องสนามหลวงเหมือนที่ผ่านมาทุกปีนั้น ในปีนี้จะมีการอัญเชิญประดิษฐานบนมณฑปบริเวณลานคนเมืองศาลาว่าการกทม.แทน
"ในปีนี้จะเน้นการทำบุญตักบาตรตามวิถีไทย สำนักงานเขตพระนครได้กำชับให้ผู้ประกอบการได้รับทราบให้มีการละเล่นน้ำแบบอนุรักษ์ ตามแนวทางประเพณี ไม่ให้มีการเต้น เปิดเพลงเอิกเกริก ไม่มีการจัดเวทีแสดง แต่จะให้เล่นสาดน้ำได้ตามปกติ แต่จะต้องปลอดแป้ง ปลอดปืนและปลอดโป๊ และปลอดแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งผู้ประกอบการก็ยินดีและให้ความร่วมมือ" นายศุภกฤต กล่าว.
www.komchadluek.net
กทม.สั่งจัดงดงานรื่นเริงสงกรานต์ ถ.ข้าวสาร ปีนี้ เหตุอยู่ในช่วงถวายความอาลัย กำชับเน้นสาดน้ำตามประเพณี ทำบุญ-ตักบาตรยึดวิถีไทย ย้ำปลอดปื...











