ทางที่ดีกองทัพควรไปด้วยกัน ปปช.รอสตง.ชงเรื่องมาสอบ! คดีหมิ่นฯจ่อออกหมายจับเพิ่ม
ป.ป.ช.เตรียมนำเรื่องตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์เข้าที่ประชุมพิจารณาการดำเนินการในวันที่ 1 ธ.ค. หลังพบมีเงินงบ ประมาณกลางเข้าไปเกี่ยวข้อง ขณะที่ “ตู่-เต้น” แกนนำ นปช. ออกมายืนยันเดินทางไปตรวจสอบตามหมายเดิมแม้ทหารกดดันถึงหน้าบ้าน ฉงนที่ขวางไม่ให้ไปตรวจสอบเป็นการปกป้องตัวเองหรือปกป้องสถาบัน “อ๋อย” จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้ระบบตรวจสอบน่ากังขาไม่เป็นอิสระจากผู้มีอำนาจ โฆษก คสช.ติงอย่าพยายามมีวาระซ่อนเร้นโยงเป็นเรื่องการเมือง ส่วนชุดสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 2-4 ราย เป็นตำรวจยศนายพลถึงสารวัตรทั้งในและนอกราชการ ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบและแอบอ้างหาผลประโยชน์
กรณีตำรวจจับกุมผู้ต้องหาขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ประกอบด้วย นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ โดยผู้ต้องหาสองรายแรกเสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) ต่อมาชุดสืบสวนสอบสวนคดีที่มี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้า รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือผู้การโจ้ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 พล.ต.สุชาติ พรหมใหม่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ. ในความผิดตาม ม.112 รวมทั้งยังพบหลักฐานเข้าไปพัวพันกับส่วนต่างการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำไปสู่การตั้งกรรมการตรวจสอบทั้งในส่วนของกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ขณะที่ ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส.และ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.ไปปฏิบัติหน้าที่ ศปก.ตร.
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 29 พ.ย. พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผยความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงโครงการอุทยานราช–ภักดิ์ ภายหลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลงนามตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เรียกประชุมคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อกำหนดแนวทางกรอบการดำเนินงาน โดยจะรวบรวมพยานเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากทุกส่วนราชการ พร้อมเชิญผู้เกี่ยวข้องภายในกระทรวงกลาโหมเข้าให้ข้อมูลการดำเนินโครงการอุทยานราชภักดิ์ทุกขั้นตอนและทุกประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ต้องขอเวลาให้คณะกรรมการฯทำงาน หากมีกลไกรัฐส่วนอื่นมาตรวจสอบ กระทรวงกลาโหมพร้อมสนับสนุนทุกกรณี
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบว่า ขณะนี้รอให้เลขาธิการ ป.ป.ช.สรุปข้อมูลที่ไปตรวจสอบทางลับและในส่วนที่มีผู้ส่งข้อมูลให้ เพื่อนำรายงานเสนอต่อที่ประชุมในวันที่ 1 ธ.ค. รวมทั้งหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรในประเด็นที่นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ระบุว่า เงินที่ใช้ก่อสร้างโครงการดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากงบกลางจำนวน 63.57 ล้านบาท เนื่องจากตามปกติ เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบพบการทุจริตใช้จ่ายเงินงบประมาณ ต้องส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการ อาทิ กรณีจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้อง
อีกด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบถึงกรณีทหารไปปิดล้อมทางเข้าหมู่บ้านของตน และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. หลังประกาศนัดหมายรวมพลเดินทางไปที่โครงการอุทยานราชภักดิ์ในวันที่ 30 พ.ย.ว่า การมีทหารมาตรึงทางเข้าออกหมู่บ้านของตนแสดงถึงการสกัดหรือขัดขวางไม่ให้ไป แต่พวกตนเตรียมเดินทางไปตามเดิม ถ้าไม่ไปจะยิ่งทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล ทางที่ดีกองทัพควรร่วมเดินทางไปด้วยกัน การกดดันปิดล้อมไม่ให้ไปแค่คิดก็พังแล้ว ถ้าฉลาดควรปล่อยให้เป็นไปตามปกติ หากมีการกระทำนอกเหนือจากนี้อาจกลายเป็นชนวนจนคุมสถานการณ์ไม่อยู่ การขัดขวางไม่ให้ไปอุทยานราชภักดิ์นั้น ถามว่าท่านปกป้องสถาบันหรือปกป้องตัวเอง ถ้าปกป้องสถาบันต้องร่วมมือกัน เมื่อมาขัดขวางแสดงว่าไม่ได้ปกป้องสถาบัน แต่ปกป้องตัวเอง
นายจตุพรระบุต่ออีกว่า การเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ของพวกตนนั้นเกิดขึ้นเพราะไม่สบายใจในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ประหลาดใจที่มีการขัดขวาง สงสัยว่าการไปตรวจสอบกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงหรืออย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรอำนวยความสะดวกการเดินทางเพราะ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล เคยแถลงว่าจะอำนวยความสะดวกกับการตรวจสอบของประชาชนทุกกลุ่ม วันนี้ประชาชนสงสัยโครงการอุทยานราชภักดิ์อย่างมาก แต่รัฐบาลไม่พลิกวิกฤติเป็นโอกาสปัดข้อมูลว่าไม่มีการใช้งบประมาณแผ่นดินมีเพียงเงินบริจาคเท่านั้น แต่เมื่อนายชัยสิทธิ์ ตราชู-ธรรม ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ออกมาเผยข้อมูลว่ามีงบประมาณแผ่นดิน 63 ล้านบาทถูกใช้ในการสร้างอุทยานราชภักดิ์ พล.อ.ประยุทธ์จึงออกมายอมรับ ทั้งยังมีการสร้างข่าวขอนแก่นโมเดลมากลบกระแสความสนใจอีก
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการเตรียมเดินทางไปตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ ในวันที่ 30 พ.ย. มีใจความว่า “ผมจะไปอุทยานราชภักดิ์ พอข่าวออกไปงานก็เข้า ตั้งแต่ตีห้ามีรถทหาร 4 คันมาที่บ้าน ตอนนี้ยังวางกำลังอยู่ริมถนนหน้าหมู่บ้าน 4 คน ป้อมยาม 8 คน ศาลพระภูมิ 6 คน จอดรถหน้าบ้าน 1 คัน ทำไมใช้อำนาจกันแบบนี้ ให้รู้กันไปว่าการถามหาความจริงต้องมีอันตราย ยืนยันนะครับจะเอายังไงกับผมก็เอา ผมจะไปอุทยานราชภักดิ์”
ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่า การตรวจสอบโครงการนี้เป็นไปอย่างล่าช้าไม่น่าเชื่อถือ ปัญหาอยู่ที่การตรวจสอบไม่มีวี่แววการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือเป็นที่ยอมรับของสังคม นี่คือโจทย์ใหญ่และยากสำหรับ คสช.และรัฐบาล ที่เป็นปัญหายิ่งขึ้นไปอีกคือการตรวจสอบโดยศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) ที่ตั้งโดย คสช. มี รมว. ยุติธรรมเป็นประธาน มีกรรมการประกอบด้วย ป.ป.ช. สตง. อัยการสูงสุด องค์กรเหล่านี้ไม่มีความเป็นอิสระเพราะอยู่ใต้คำสั่ง คสช. ทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบโครงการที่ริเริ่มโดยอดีตเลขาธิการ คสช.และปัจจุบันเป็นกรรมการ คสช. มีคำถามตามมาว่าการตรวจสอบจะเป็นไปโดยสุจริตได้อย่างไร ควรมีองค์กรที่เป็นอิสระจาก คสช.และรัฐบาลทำหน้าที่ตรวจสอบ ต้องทบทวนระบบตรวจสอบใหม่ อย่าให้อีนุงตุงนังหาหลักหาเกณฑ์ไม่ได้อย่างที่เป็นอยู่
วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงกรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.เตรียมเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงการก่อสร้างโครงการดังกล่าวว่า ความจริงมีหลายๆโครงการสำคัญที่ใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมากและกระทบความเดือดร้อนของประชาชน ในหลายโครงการมีข้อสรุปชี้มูลจากหน่วยงานตามกฎหมายแล้ว กลับไม่ค่อยเห็นท่าทีลักษณะเช่นนี้ของนายณัฐวุฒิที่เลือกสนใจเฉพาะโครงการนี้ ทำให้สังคมมองว่าไม่ปกติ ทั้งที่อยู่ระหว่างการไขความกระจ่างจากหลายหน่วยงานอย่างเป็นทางการ อยากให้ระวังเพราะการเคลื่อนไหวลักษณะนี้สุ่มเสี่ยงถูกมองว่าพยายามโยงให้เป็นประเด็นทางการเมืองหรืออาจมีวัตถุประสงค์อื่นแฝง ถ้าอยากได้ข้อมูลควรสอบถามกับหน่วยงานเกี่ยวข้องมากกว่าดำเนินการเองเช่นนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการคลี่คลายคดีหมิ่นเบื้องสูงว่า ชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างขยายผลเตรียมออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเพิ่มอีก 2-4 ราย ประกอบด้วยนายตำรวจทั้งในและนอกราชการ หลังพบพฤติกรรมเกี่ยวข้องคดีต่างกรรมต่างวาระ ทั้งการใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปแล้วและในส่วนของการใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบในส่วนการใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์มีนายตำรวจทั้งในและนอกราชการ ยศสารวัตร พัวพันอยู่ไม่ต่ำกว่า 2 ราย
ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้เสียหายให้การสอดคล้องกันว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ปรากรมโทรศัพท์และติดต่อของบสนับสนุนการจัดทำเข็มกลัด เสื้อ รวมทั้งขอเลขหมายโทรศัพท์ วีไอพี สำหรับงานกิจกรรมสำคัญ ก่อนมอบหมายให้กลุ่มนายตำรวจที่ร่วมกระทำความผิดเดินทางไปรับเงินตามที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ชุดสืบสวนออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดไปแล้วคือ พล.ต.สุชาติ พรหมใหม่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ. พ.อ.คชาชาต บุญดี นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีต ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัญเลขา อดีต รอง ผกก.2 บก.ป. นอกจากนี้ยังพบว่าเหลือผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 2 ราย เป็นอดีตนายตำรวจระดับรอง ผบก.และนายตำรวจยศสารวัตร ในสังกัด บช.ก. ส่วนผู้ต้องหาที่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ชุดสืบสวนพบจากการตรวจค้นห้องพักของ พ.ต.ต.ปรากรม ที่คอนโดลาเมซองนั้น พบวิทยุสื่อสารกว่า 200 เครื่อง ขยายผลพบวิทยุสื่อสารทั้งหมดที่พบนั้น พ.ต.ต.ปรากรมเป็นผู้เบิกมาจากกองตำรวจสื่อสาร มีอดีตนายตำรวจยศ พล.ต.ต. และนายตำรวจในสังกัดจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้อง รวมทั้งมีพฤติกรรมตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ชุดสืบสวนสอบสวนของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. อยู่ระหว่างพิจารณาออกหมายจับ
ด้านการติดตามตัวผู้ถูกออกหมายจับบางรายนั้น แนวทางการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.จีรวัฎฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ อดีต สว.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2406/58 ลงวันที่ 25 พ.ย. ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในความครอบครอง เดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์อยู่ระหว่างตรวจสอบเช่นกัน
ที่มา www.thairath.co.th




By — Unknown
23:31