loading...

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

จิ๊กยัวะ-ด่ายับ ปลอมเพจปอ

15:10


เยี่ยมอาการพระเอก ฉะภาพแต่งหน้าศพ

“จิ๊ก-เนาวรัตน์” ของขึ้น จวกแหลกคนนำภาพขณะแต่งหน้าศพไปทำแฟนเพจปลอมหลอกสังคมว่า “ปอ” ตายแล้ว ซัดไม่ใช่มนุษย์พร้อมแช่งคนทำน่าไปลงนรก ขณะเดียวกัน ดีใจที่พ่อแม่ปอยืนยันยังสู้ ด้าน “น้ำอ้อย” เผยอาการพระเอกหนุ่มยังคงที่ แต่ยังต้องติดตามแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง

นับเป็นเวลาเกือบสองเดือนแล้วที่ ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์ พระเอกชื่อดัง ป่วยเป็นไข้เลือดออกอย่างรุนแรง เข้ารักษาตัวในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติโรคหัวใจ (CCU) ชั้น 9 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยแพทย์ได้พยายามรักษาอย่างสุดความสามารถ ซึ่งตลอดทั้งวันที่ 28 ธ.ค.ยังคงมีแฟนคลับของพระเอกหนุ่มทยอยเข้ามาสอบถามอาการและเขียนคำอวยพรในแผ่นกระดาษที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ที่ห้องโถงชั้นล่าง อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ส่วนที่หน้าห้องซีซียู นายสงวน นางพิสมัย สหวงษ์ พ่อแม่พระเอกหนุ่ม นางแวนด้า หรือโบว์ สหวงษ์ ภรรยาปอ และนายน้ำอ้อย ศรมนตรา ผู้จัดการส่วนตัวปอ คอยผลัดเปลี่ยนเข้าออกในห้องซีซียู เฝ้าดูอาการด้วยความเป็นห่วง ซึ่งเท่าที่ผู้สื่อข่าวสังเกตสีหน้าของทุกคนพบว่า พ่อแม่รวมทั้งภรรยาและผู้จัดการส่วนตัวปอ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และร่วมนั่งพูดคุยกับ นพ.มารุต จันทรา ผู้เชี่ยวชาญเวชบำบัดวิกฤติ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ หนึ่งในทีมแพทย์ที่รักษาปอที่หน้าห้องซีซียู

ต่อมา จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ เกม-ศานติ สันติเวชกุล สองดารารุ่นใหญ่ เดินทางมาเยี่ยมและสอบถามอาการปอ-ทฤษฎี จากครอบครัวสหวงษ์ แต่ก่อนเดินทางกลับ จิ๊ก-เนาวรัตน์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มาเยี่ยมปอเป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่ไม่ได้เข้าเยี่ยมในห้องซีซียู ได้แต่ยืนมองด้านนอก เพราะเกรงว่าจะติดเชื้อ ดีใจที่ได้พบพ่อแม่ปอ บอกกับตนว่าจะสู้ ตนได้พูดให้กำลังใจครอบครัวปอ รู้สึกรักปอเหมือนน้องชาย เพราะเคยร่วมงานกันอยู่หลายครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีผู้ไม่ประสงค์ดีทำแฟนเพจเฟซบุ๊กนำภาพเนาวรัตน์ กำลังแต่งหน้าศพ อ้างว่า ปอเสียชีวิตมาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ดารารุ่นใหญ่ตอบว่า มีคนถามเรื่องนี้กับตนมาก แต่ไม่อยากจะพูดอะไร เกรงว่าคนอื่นจะหาว่าตนเกาะกระแสแต่เมื่อถูกถามก็ต้องตอบ ตนคิดว่าคนที่ทำเพจปลอมออกมานั้น ไม่ใช่มนุษย์ เมื่อตนรู้ก็ตกใจเพราะปกติตนก็ช่วยเหลือทำบุญทำกุศลด้วยการแต่งหน้าศพอยู่แล้ว และภาพคนที่นอนอยู่ก็ไม่ใช่ปอเป็นคนอื่น มนุษย์พวกนี้มันน่าจะไปลงนรก แทนที่จะให้กำลังใจกันและกัน กลับทำเรื่องนี้ออกมาและมีเยอะมาก ตนขอสาปแช่งว่า วันหนึ่งคนที่ทำต้องลงนรกยิ่งกว่านี้

ด้านนายน้ำอ้อย ศรมนตรา ผู้จัดการส่วนตัวปอ กล่าวว่า ช่วงเช้าได้เข้าไปเยี่ยมปอ โดยมองผ่านกระจกเห็นปอกำลังหลับอยู่ เนื่องจากแพทย์ได้ให้ยานอนหลับ เพื่อปอจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่วนนางแวนด้า ภรรยาปอเข้าไปภายในห้องซีซียูแล้วกลับออกมาบอกว่า อาการยังคงทรงตัว และต้องเฝ้าระวังอยู่เช่นเดิม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก แพทย์บอกว่าจะต้องติดตามอาการแบบชั่วโมงต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่มีวันหยุดหลายวัน แพทย์มีความกังวลว่า ปริมาณเกล็ดเลือดจะเพียงพอต่อการรักษาบ้างหรือไม่ นายน้ำอ้อย กล่าวว่า แพทย์ไม่ได้แจ้งอะไร แต่ในส่วนของเกล็ดเลือดของปอ รวมถึงคนไข้รายอื่นๆ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ ยิ่งช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ เผื่อเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้น ฉะนั้นก่อนที่จะไปฉลองเทศกาลปีใหม่ คนไหนที่ร่างกายแข็งแรงพร้อมที่จะบริจาคเลือดและเกล็ดเลือดกรุ๊ปเอ หรือกรุ๊ปอื่นๆสามารถมาบริจาคกันได้ที่โรงพยาบาลรามาฯ หรือที่สภากาชาด ไทย ส่วนที่มีคนมาติดต่อน้องมะลิ ลูกสาวปอให้รับงานในวงการบันเทิงนั้น มีมาหลายราย ต้องขอขอบคุณมาก แต่เรื่องนี้ต้องรอให้พ่อน้องมะลิฟื้นขึ้นมาก่อน แล้วให้เขาตัดสินใจเองดีกว่า

ต่อมาช่วงเย็น ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อดีตรมว.สาธารณสุข ในฐานะที่ปรึกษาทีมแพทย์ พร้อมด้วย รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผอ.โรงพยาบาลรามาฯ เข้าไปตรวจอาการปอภายในห้องซีซียู ก่อนออกมาพูดคุยกับนางแวนด้า ภรรยาปอ แล้วกลับออกไปโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด กระทั่งเวลา 19.00 น. นายน้ำอ้อยให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า เหตุที่ แพทย์เข้ามาดูอาการเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นห่วง และช่วยกันตรวจอาการ สรุปว่าปอดขวายังมีอะไร บางอย่างอยู่ แต่ไม่น่าเป็นห่วง และต้องปรับอะไรบางอย่างขึ้น ส่วนอื่นๆไม่มีอะไร ตอนนี้อยู่ที่ร่างกายของปอว่าจะฟื้นได้เร็วแค่ไหน ปอดขวาพวกเราลุ้นให้หายเร็วๆ เพียงแต่ว่ามันไม่ทันใจพวกเราเท่านั้นเอง แพทย์ต้องเฝ้าดูตลอด โดยนำเครื่องเอกซเรย์มาดูปอดเป็นระยะๆ 2-3 ชั่วโมงครั้งหนึ่ง เพื่อดูว่า อาการของปอดเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนที่เห็นโบว์ร้องไห้ เพราะเขาอ่อนไหวง่าย มีอะไรมาโดนใจก็ร้องไห้ และคิดถึงน้องมะลิ ลูกสาว จังหวะเดียวกันที่แพทย์มาแจ้งอาการสามีให้ระวังเรื่องปอด ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอะไร
 ที่มา  www.thairath.co.th

online