loading...

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เสือป่วยแห่งเอเชีย

17:30


ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เสือป่วยแห่งเอเชีย : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

                      รัฐบาลไทยในอดีตที่ผ่านมาเคยประกาศเอาไว้ว่า จะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย จะนำพาให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในโลก ด้วยการบอกว่าไทยจะเป็น NIC หรือ New Industrail Country และได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทั้งหมดเพื่อรองรับอุตสาหกรรม จากพื้นฐานดั้งเดิมแต่โบราณที่เป็นเขตเกษตรกรรมสำคัญของโลก นั่นเท่ากับว่าวิถีชีวิตของประชาชนต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ประชาชนต้องปรับตัวเข้าหาสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย การดำเนินชีวิตแบบเรื่อยๆ สบายๆ ก็ต้องปรับชีวิตให้เข้ากับระบบการ “ตอกบัตร” ของโลกอุตสาหกรรม

                      อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ก็เป็นเพียงแค่การเป็นประเทศรับจ้างผลิต ซึ่งประชาชนมีรายได้และมีสถานะเป็นเพียงแค่ “ผู้ใช้แรงงาน” จากการที่เคย “เป็นเจ้านายของตัวเอง” ในสังคมเกษตรกรรม ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่เริ่มเปลี่ยนแปลงประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ อุตสาหกรรมของประเทศไทยก็ยังคงสภาพความเป็นจริงที่ไม่ต่างจากวันเริ่มต้น กล่าวคือยังคงสถานะหลักเป็นได้แค่เพียง “ผู้รับจ้าง” เท่านั้นเอง

                      นอกเหนือไปจากการเปลี่ยนแปลงประเทศ, การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนแล้ว รัฐบาลในชุดต้นคิดเปลี่ยนวงจรชีวิตของประเทศกลับไม่เคยสร้างพื้นฐานใหม่ เพื่อรองรับการขยับสถานะอุตสาหกรรมของประเทศอย่างจริงจัง แถมรัฐบาลต่อๆ มาอีกหลายชุดยังทำลายพื้นฐานหลักเสียจนย่อยยับลงไปอีกด้วย

                      เช่นเมื่อประเทศไทยประกาศในเวลาต่อมาว่าจะส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก หรือที่คุ้นหูกันว่าจะให้เป็น “ดีทรอยท์ ออฟ เอเชีย” นั่นเอง ซึ่งการที่จะก้าวขึ้นไปเป็นแหล่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรมชั้นนำให้ได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องวางแผนการสร้างคนเข้าไปสู่วงการผลิตให้เพียงพอ

                      แหล่งผลิตคนหรือสร้างคนที่เหมาะสมที่สุด คือสถานศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือระดับ ปวช. และ ปวส. นั่นเอง แต่รัฐบาลในยุคต่อๆ มากลับทำลายสถานศึกษาระดับวิชาชีพของรัฐเองไปหมด จากโรงเรียนการช่างชายและโรงเรียนการช่างสตรีประจำจังหวัด ก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นวิทยาลัยเทคนิคและต่อมากลายสภาพเป็นมหาวิทยาลัย ซึ่งสร้างคนออกไปทำงานนั่งโต๊ะมากกว่าออกไปเป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรง

                      ส่วนเด็กที่จบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพทั้ง ปวช. และ ปวส. ก็มีไม่เพียงพอต่อการเติบโตของโรงงานอุตสาหกรรม และทุกครั้งที่มีการพูดถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานในระดับวิชาชีพ การแก้ปัญหาก็ไม่เคยทำได้ถูกจุดแม้แต่ครั้งเดียว ปัจจัยสำคัญของอุตสาหกรรมคือแรงงานจึงไม่เพียงพอ ต้องนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ จนก่อให้เกิดปัญหาอีกหลากหลายตามมาจนถึงปัจจุบัน

                      อุตสาหกรรมของไทยแทนที่จะเป็นเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย หรือแทนที่จะเป็นดีทรอยท์ ออฟ เอเชีย จึงกลายเป็นเสือป่วยแห่งวงการอุตสาหกรรมเช่นทุกวันนี้ ซึ่งหากไม่เร่งรีบแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาให้ตรงจุดอย่างแท้จริง ก็มีโอกาสที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหลายประเภท จะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นได้มากขึ้นครับ
 ที่มา  http://www.komchadluek.net/

online