loading...

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ศาลยืนโทษจำคุกผู้นำเขมรแดง

21:12


นวน เจีย (ซ้าย) และเขียว สัมพัน (ขวา) นั่งฟังคำตัดสิน ภาพเอเอฟพี-อีซีซีซี

loading...
ศาลสูงสุดของกัมพูชาพิพากษายืนโทษจำคุกตลอดชีวิต "นวน เจีย" และ "เขียว สัมพัน" สองอดีตผู้นำระบอบเขมรแดง ฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ทูตพิเศษยูเอ็นชี้เป็นสัญญาณเตือนพวกที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งเกาหลีเหนือ, ฟิลิปปินส์และกลุ่มไอเอส ว่าต้องชดใช้อาชญากรรมที่ก่อไว้

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 23 พ.ย.2559 ว่าวันเดียวกันนี้คณะตุลาการศาลสูงสุดของกัมพูชามีคำพิพากษายืนตามคำตัดสินของคณะตุลาการพิเศษภายในศาลยุติธรรมแห่งกัมพูชา (อีซีซีซี) ที่มีองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุน ที่ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนวน เจีย หรือ "พี่ใหญ่หมายเลข 2" ของระบอบเขมรแดงที่ปัจจุบันอายุ 90 ปี และเขียว สัมพัน อดีตประธานาธิบดีของเขมรแดง วัย 75 ปี

ทั้งคู่เป็นอดีตผู้นำเขมรแดงระดับสูงที่สุดที่ต้องโทษจำคุกตามคำตัดสินของอีซีซีซีเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบต่อการสังหารชีวิตชาวกัมพูชากว่า 2 ล้านคน ในช่วงปี 2518-2522 แต่พวกเขายื่นอุทธรณ์คำตัดสิน โดยอ้างว่าศาลทำผิดพลาดหลายประการ และผู้พิพากษาหลายท่านไม่เป็นกลาง เนื่องจากมีประสบการณ์เคยอยู่ภายใต้ระบอบเขมรแดง

คำตัดสินเมื่อวันพุธ ซึ่งมีขึ้นภายหลังการไต่สวนยาวนานหลายเดือน คณะผู้พิพากษายืนตามคำพิพากษาความผิดของทั้งคู่และคำพิพากษาโทษ แต่ได้ยอมรับเช่นกันว่ามีความผิดพลาดแง่กฎหมายบางประการในการพิจารณาคดีชั้นต้น

loading...
กง ซริม ผู้พิพากษาหนึ่งในคณะ กล่าวว่า จำเลยทั้งคู่ขาดการพิจารณาถึงชะตากรรมสุดท้ายของประชากรกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง และขอบเขตของการกระทำความผิดของพวกเขา "ใหญ่โตมโหฬาร" ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการกำหนดโทษจะจำคุกตลอดชีวิตแก่จำเลยทั้งสองเป็นเรื่องเหมาะสมแล้ว

นวน เจีย และเขียว สัมพัน ซึ่งมานั่งฟังคำตัดสินด้วย ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสิน

ศาลนี้ประกอบด้วยผู้พิพากษากัมพูชา 4 ท่าน และผู้พิพากษานานาชาติ 3 ท่าน คำตัดสินใช้เสียงอย่างน้อย 5 เสียง

นอกจากความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งรวมถึงการบังคับโยกย้ายถิ่นฐานชาวกรุงพนมเปญราว 2 ล้านคนไปค่ายแรงงานในชนบทและการสังหารทหารข้าศึกนับพันคนแล้ว อดีตผู้นำเขมรแดงทั้งสองยังเหลือการไต่สวนคดีที่ 2 อีกคดีที่พวกเขาถูกกล่าวหาว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนเชื้อสายเวียดนามและชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม, การบังคับแต่งงานและข่มขืน

ด้านเดวิด เชฟเฟอร์ ผู้แทนของเลขาธิการยูเอ็น กล่าวภายหลังคำตัดสินว่า คำพิพากษานี้แสดงให้เห็นว่าความยุติธรรมระหว่างประเทศสามารถมีชัยได้ในที่สุด การลงโทษพวกผู้นำระดับสูงที่รับผิดชอบต่ออาชญากรรมโหดร้ายภายใต้การปกครองของพวกเขา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

ทูตยูเอ็นว่าด้วยการพิจารณาคดีเขมรแดงผู้นี้กล่าวเตือนผู้นำบางประเทศด้วยว่า ควรจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทั้งผู้นำฟิลิปปินส์, เซาท์ซูดาน, ซูดาน, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, ซีเรีย และเกาหลีเหนือ ไปจนถึงกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่ก่อกรรมทำชั่วอย่างดาษดื่นในอิรักและซีเรีย

ระบอบเขมรแดงภายใต้การนำของพล พต "พี่ใหญ่หมายเลข 1" ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2541 ใช้วิธีการโหดเหี้ยมเพื่อเปลี่ยนกัมพูชาเป็นสังคมเกษตรในอุดมคติแบบมาร์กซิสต์ นักวิเคราะห์บางรายเปรียบเทียบไอเอสกับระบอบนี้ว่ามีความคล้ายคลึงกันที่ใช้ความโหดร้ายป่าเถื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย.
www.thaipost.net

online